ค่าส่วนกลางคอนโด ถ้าไม่จ่ายค่าส่วนกลางคอนโดจะเกิดอะไรขึ้น ?

ค่าส่วนกลางคอนโด ถ้าไม่จ่ายค่าส่วนกลางคอนโดจะเกิดอะไรขึ้น ?

ค่าส่วนกลางคอนโด หนึ่งรายจ่ายสำหรับคนอยู่คอนโดมิเนียม ซึ่งสำหรับเพื่อน ๆ ที่เริ่มมีความสนใจอยากจะ ซื้อคอนโดมิเนียม “ค่าส่วนกลางคอนโด” คงเป็นอีกหนึ่งคำที่เพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรก และอาจจะทำให้เกิดคำถามว่า “แล้วไอ้ค่าส่วนกลางนี่คือค่าอะไร?” “มีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหน ที่จะต้องจ่าย” ซึ่งในวันนี้เราจะมาบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้กัน

ซื้อคอนโดอยู่ยาว เป็นไปได้หรือเปล่านะ?
5 เทคนิค กู้ซื้อคอนโด ผ่าน 100%
5 ข้อดีของระบบจอดรถอัตโนมัติ Auto Parking
. . . . . . . . . .

ค่าส่วนกลางคอนโดคือ ค่าใช้จ่ายที่ลูกบ้านจะต้องจ่ายให้ทางนิติบุคคลเป็นรายเดือน ซึ่งทางโครงการจะเรียกเก็บตามกำหนดการที่ตกลงกัน โดยบางที่อาจจะเรียกเก็บแบบปีละ 1 ครั้ง (12 เดือน) หรือบางโครงการอาจจะเรียกเก็บรายครึ่งปี (6 เดือน) เพื่อนำเงินส่วนนี้ไปบริหารจัดการเพื่อนำมาดูแลรักษาพื้นที่ส่วนกลางของคอนโดตั้งแต่จุดเล็ก ๆ อย่างหลอดไฟ, ปุ่มกดลิฟต์, เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น บำรุงรักษาลิฟต์ หรือเครื่องกำลังกายในห้องฟิตเนส ยิ่งไปกว่านั้นค่าส่วนกลางคอนโดจะถูกนำไปบำรุงรักษาพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่อย่างสระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย หรือกระทั่งการบำรุงรักษาความสวยงามภายนอกของคอนโดมิเนียม เช่นต้นไม้ตกแต่งคอนโด หรือการทาสีอาคารใหม่ ไปจนถึงการทำความสะอาดกระจกด้านนอกโครงการ นอกจากนี้ค่าส่วนกลางคอนโดยังจะถูกนำเป็นจ่ายค่าใช้จ่ายเช่น ค่าน้ำ,ค่าไฟ และค่าอินเตอร์เน็ต ที่ใช้ในพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ ไปจนถึงค่าบริการแม่บ้าน, บริษัทรักษาความปลอดภัย

อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกันก่อนค่ะว่า ค่าส่วนกลางที่เราจ่ายไปนั้นจะถูกนำไปบริหารจัดการโดยนิติบุคคล ของโครงการ ซึ่งเงินก้อนนี้จะถูกนำมาดูแลส่วนกลางทั้งหมด เช่น ค่าซ่อมบำรุงลิฟต์ ค่าพนักงานรักษาความปลอดภัย ค่าแม่บ้านทำความสะอาด ค่าดูแลสวน สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาสาธารณูปโภคส่วนกลางต่างๆ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ก็ย่อมมีต้นทุนอย่างที่เกริ่นกันไปแล้วใช่ไหมคะ ซึ่งสิ่งสำคัญที่เรากำลังจะมาบอกถึงสาเหตุของการขึ้นราคา ค่าส่วนกลางในอนาคตนั้นหลักๆ แล้วก็เป็นผลพวงมาจากการปรับค่าแรงขั้นต่ำเพิ่มขึ้นจากเดิมในกรุงเทพฯ วันละ 300 บาท เป็นวันละ 325 บาท ซึ่งมีผลมาตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ที่ผ่านมา ฉะนั้นค่าจ้างพนักงานนิติบุคคล ค่าจ้างรปภ. ค่าจ้างแม่บ้านก็จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น รวมถึงส่วนกลางที่แต่ละโครงการต่างก็แข่งขันกันทำให้สวยยิ่งขึ้น มีพื้นที่เพิ่มขึ้น ตรงนี้ก็กลายเป็นว่าต้องมีต้นทุนในการดูแลรักษากันมากขึ้นตามไปด้วย หลาย Developer จึงผลักต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ประมาณ 1-2% ไปที่ค่าส่วนกลาง โดยจะเริ่มมีผลกันตั้งแต่ช่วงกลางปีนี้เป็นต้นไป

 

สุดท้ายอาจมีคำถามเกิดขึ้นว่า แล้วแบบนี้ไม่จ่ายค่าส่วนกลางได้ไหม ซึ่งเราขอแนะนำว่าจ่ายเถอะค่ะ แม้ว่าราคาต่อปีจะอยู่ที่หลายหมื่นบาทก็ตาม เพราะค่าใช้จ่ายนี้ก็นำไปปรับปรุงให้โครงการที่เราอยู่นั้นมีสภาพแวดล้อมสวยงามอยู่เสมอ ดูแลสิ่งอำนวยความสะดวกให้ รวมถึงยังช่วยเรื่องความปลอดภัยของเราด้วย ซึ่งการอาศัยอยู่ร่วมกันก็ต้องทำตามกฎเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย ส่งผลให้บ้านของเราน่าอยู่อาศัยไปด้วย เพราะหากลูกบ้านไม่จ่ายค่าส่วนกลางก็จะมีการกำหนดโทษปรับ ไปจนถึงฟ้องศาลได้ตามกฎหมาย

ค่าส่วนกลางคอนโดต้องจ่ายยังไง ราคาเท่าไหร่?

ค่าส่วนกลางคอนโดต้องจ่ายยังไง
อย่างที่เราได้เกริ่นไปเมื่อต้นบทความว่าค่าส่วนกลางนั้นจะถูกคิดเป็นรายเดือน แต่ทางโครงการจะเก็บเป็นก้อนแบบ 1 ปี จ่าย 1 ครั้ง หรือแบบครั้งละ 2 ปี (ครั้งละ 6 เดือน) ในเรื่องของอัตราค่าส่วนกลางคอนโดนั้นเพื่อน ๆ อาจจะต้องเข้าใจก่อนว่าแต่ละโครงการจะมีค่าส่วนกลางที่เรียกเก็บไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับ Segment ของโครงการว่าเป็นโครงการที่อยู่ในระดับราคาเท่าไหร่ เพราะวัสดุที่นำมาใช้ในโครงการนั้นจะมีราคาที่สูง ทำให้ค่าบำรุงรักษาต้องสูงตามไปด้วย โดยส่วนใหญ่จะเริ่มต้นที่ประมาณ 35 บาท/ตารางเมตร ขึ้นไปจนถึงเกือบร้อยบาทเลยทีเดียว ซึ่งการค่าพื้นที่ส่วนกลางนั้นคำนวณได้ดังนี้

 

 

ตัวอย่าง

คุณติ๊ดซื้อคอนโดมิเนียมโครงการ A ยูนิตแบบ 1 Bedroom ขนาด 35 ตร.ม. โดยคอนโดมิเนียมโครงการนี้มีค่าส่วนกลางคอนโด 40 บาท/ตร.ม. ดังนั้นคุณติ๊ดจะต้องคำนวณค่าส่วนกลางดังนี้

[ค่าส่วนกลางคอนโด/ตร.ม. x ขนาดห้อง (ตร.ม.)] x 12 (จำนวนเดือน)

[40 x 35] x 12 = 16,800 บาท

สรุปว่าคุณติ๊ดจะต้องจ่ายค่าส่วนกลาง 16,800 บาท/ปี นั่นเอง

 

นอกจากเรื่องของ Segment ของโครงการที่ส่งผลต่อค่าส่วนกลางคอนโดแล้ว เรื่องของจำนวนของพื้นที่ส่วนกลางเองก็มีส่วนต่ออัตราค่าส่วนกลางด้วยเช่นกัน ยิ่งคอนโดมิเนียมที่เน้นเรื่องของพื้นที่ส่วนกลางที่หลากหลายอย่าง และยิ่งใหญ่ หรือมีหลายจุดในโครงการ ก็อาจจะมีค่าส่วนกลางคอนโดที่แพงกว่าคอนโดมิเนียมที่มีพื้นที่ส่วนกลางน้อยกว่าได้ เพราะต้องใช้เงินในการบำรุงรักษาที่มากกว่าคอนโดที่มีพื้นที่ส่วนกลางน้อยนั่นเอง

จำนวนยูนิตในโครงการเอง ก็มีส่วนที่ทำให้ค่าส่วนกลางคอนโดถูกหรือแพงได้ด้วยเช่นกัน เพราะยิ่งมีจำนวนยูนิตมาก เราก็จะมีเพื่อนบ้านที่ช่วยหารเรื่องค่าส่วนกลางได้เยอะ ดังนั้นโครงการ Low-rise ส่วนใหญ่ก็จะมีค่าส่วนกลางที่สูงกว่าโครงการ High-rise เพราะจำนวนชั้นเตี้ยกว่าโครงการ High-rise ทำให้มียูนิตอยู่อาศัยน้อยกว่า มีเพื่อนบ้านที่จะช่วยหารค่าส่วนกลางคอนโดน้อยกว่าด้วยเช่นกันค่ะ

 

แล้วเราไม่จ่ายค่าส่วนกลางคอนโดได้ไหม?

 

หลังจากที่เราได้รู้ถึงจุดประสงค์ และวิธีคำนวณค่าส่วนกลางคอนโดแล้ว นิวบ์เชื่อว่าคำถามต่อมาก็คงจะเป็นเรื่องของการจ่ายค่าส่วนกลางอย่างแน่นอนว่า “ค่าส่วนกลางไม่จ่ายได้ไหม?”, “ถ้าไม่จ่าย จะมีผลอะไรหรือเปล่าฦ” ถ้านี่คือคำถามของคนที่กำลังคิดจะซื้อคอนโด หลังจากค้นพบว่ามีค่าส่วนกลางที่ต้องจ่าย นิวบ์ขอตอบเลยว่า “ไม่ได้ค่ะ” แม้ในปัจจุบันจะยังไม่มีกฎหมายออกมาควบคุมอย่างชัดเจนเรื่องค่าส่วนกลาง แต่หลังจากที่เซ็นโอนกรรมสิทธิ์คอนโด ตกลงปลงใจเป็นลูกบ้านกันแล้ว นั่นหมายความว่าเพื่อน ๆ ได้ยอมรับเรื่องการจ่ายค่าส่วนกลางไปแล้วเช่นกัน

 

ถึงแม้เพื่อน ๆ หลายคนจะใช้เหตุผลว่าตัวเองไม่ค่อยได้อยู่คอนโดมิเนียม, ซื้อเอาไว้ลงทุนเท่านั้น หรือไม่ค่อยได้ใช้พื้นที่ส่วนกลาง แต่อย่าลืมว่าค่าพื้นที่ส่วนกลางนั้นไม่ได้ถูกนำไปใช้แค่ในเรื่องของพื้นที่ส่วนกลางที่ให้ลูกบ้านได้ใช้งานเพียงอย่างเดียว แต่ยังถูกในไปใช้ในส่วนอื่น ๆ ที่จะช่วยรักษามูลค่าของโครงการเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นความสวยงามด้านนอก ด้านใน และเรื่องของความปลอดภัยที่เป็นเรื่องสำคัญอย่างมากของคอนโด ดังนั้นถึงแม้เพื่อน ๆ จะไม่ได้ใช้พื้นที่ส่วนกลาง แต่การบำรุงรักษา และบริการต่าง ๆ ทางอ้อมที่จะช่วยคงมูลค่าของโครงการเอาไว้เหล่านี้ต้องพึ่งค่าส่วนกลางคอนโดที่มาจากลูกบ้านทุกคนเช่นกัน ดังนั้นจ่ายค่าส่วนกลางคอนโดให้ตรงเวลากันอยู่เสมอนะคะเพื่อน ๆ

 

ถ้าไม่จ่ายค่าส่วนกลางคอนโดจะเกิดอะไรขึ้น?
ต่อมาเรามาพูดถึงในกรณีที่มีลูกบ้านไม่จ่ายค่าส่วนกลางคอนโดกันบ้างดีกว่าว่าจะมีมาตรการใน่เรื่องการจ่ายค่าส่วนกลางอย่างไรบ้าง สำหรับเรื่องของมาตรการที่จะจัดการกับลูกบ้านที่ไม่จ่ายค่าส่วนกลางนั้น จะขึ้นอยู่กับแต่ละโครงการว่าจะมีวิธีจัดการอย่างไร ซึ่งวิธีการจัดการนั้นจะตกลงกันภายในลูกบ้านเองในการประชุมลูกบ้านประจำปี ซึ่งมาตรการโดยส่วนใหญ่จะไล่ระดับจากเบาไปหาหนัก

ยกตัวอย่างเช่น หากลูกบ้านจ่ายค่าส่วนกลางล่าช้า 6 เดือน อาจจะเริ่มจาก

การออกหนังสือเตือนให้ชำระค่าส่วนกลางคอนโด
ถูกระงับบัตรคีย์การ์ดเข้าใช้ส่วนกลาง ทำให้ไม่สามารถเข้าใช้พื้นที่ส่วนกลางได้ ไม่ว่าจะเป็นลานจอดรถยนต์ในอาคาร, สระว่ายน้ำ, ห้องสันทนาการต่าง ๆ
ระงับสัญญาณ Bluetooth เข้า-ออกลานจอดรถในอาคาร
งดให้บริการรับพัสดุ
งดให้บริการงานซ่อมภายในห้องชุดทุกกรณี

 

พื้นที่ส่วนกลาง เรื่องไม่เล็กที่หลายคนมองข้าม สดีค่ะ สำหรับผู้ที่ตัดสินใจซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียม นอกจากค่าบ้านและค่าห้องที่คุณจะต้องจ่ายให้ผู้ขาย ค่าใช้จ่ายหนึ่งที่ต้องรับผิดชอบก็คือค่าส่วนกลางซึ่งเป็นเงินค่าธรรมเนียมสำหรับการใช้ พื้นที่ส่วนกลาง ของบ้านและคอนโดมิเนียม อันเป็นทรัพย์สินส่วนกลางของพื้นที่รอบโครงการหรืออาคารชุดที่ระบุไว้ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่โครงการและอาคารชุดเป็นพื้นที่ที่ผู้อาศัยสามารถมองเห็นและเข้าถึงได้ เช่น สนามเด็นเล่น ถนน รั้ว ประตูทางเข้า ห้องโถงชั้นล่าง ลิฟต์ สระว่าย น้ำ ทางหนีไฟ ห้องออกกำลังกาย เป็นต้น

โดยทรัพย์สินส่วนกลางของโครงการบ้านและคอนโดแต่ละแห่งนั้นล้วนแตกต่างกันไป บางที่มีมาก บางที่มีน้อย นอกจากนี้พื้นที่ห้องเครื่อง ห้องปั่นไฟฟ้าฉุกเฉิน ก็ถือว่าเป็นห้องส่วนกลางเช่นกัน แต่มักไม่ได้รับความสนใจจากข้าวของห้องมากนัก

พื้นที่ส่วนกลาง,ค่าส่วนกลาง,ค่าส่วนกลาง หมู่บ้าน,ค่าส่วนกลาง คอนโด_1หลักของการตรวจสอบพื้นที่ส่วนกลาง เพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดทั้งในฐานะผู้อาศัย หรือผู้ที่ต้องการซื้อเก็บไว้เพื่อการลงทุน คือต้องดูว่าพื้นที่ส่วนกลางนั้นๆเป็นไปตามที่โครงการนั้นๆหรือคอนโดมิเนียมและผู้ขายได้โฆษณาไว้หรือไม่ เพราะตามกฎหมายนั้นจะถือว่าคำโฆษณาในโบรชัวร์ของทางตัวโครงการนับเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาจะซื้อจะขาย เราจึงต้องตรวจสอบดูว่ารายละเอียดของพื้นที่ส่วนกลางนั้นเป็นไปตามที่โฆษณาไว้หรือไม่

เริ่มตั้งแต่… บริเวณด้านหน้า อย่างรั้ว สวนหย่อม ป้อมยามไล่ไปถึงด้านใน ถนนภายในทางโครงการก็ต้องใสใจตรวจสอบ ทั้งส่วนพื้นที่จอดรถยนต์ส่วนกลาง พื้นที่จอดเทียบรถยนต์ โดยสามารถถือโอกาสตรวจสอบในเวลาที่เดินเข้าสู่โครงการว่าภาพรวมนั้นสามารถเอื้อต่อการใช้งานและสะดวกสบายหรือไม่

พื้นที่ส่วนกลาง,ค่าส่วนกลาง,ค่าส่วนกลาง หมู่บ้าน,ค่าส่วนกลาง คอนโด_3เรื่องต่อมาคือ… ในบริเวณโถงทางเข้าอาคารควรใส่ใจในเรื่องของการรักษาความปลอดภัย ว่ามีอุปกรณ์ตรวจสอบการเข้าออกแบบไหน และมีกฎสำหรับคนนอกที่มาติดต่ออย่างไร การตรวจสอบอย่างเป็นระบบจะทำให้ความปลอดภัยมีมากขึ้น ตู้จดหมายของแต่ละโครงการจะแตกต่างกัน บางที่เป็นห้อง บางที่เป็นเพียงตู้จดหมาย แต่ก็ต้องตรวจสอบว่าหมายเลยห้องนั้นชัดเจนหรือไม่ ควรจัดอย่างเรียบร้อยเป็นสัดส่วนสะดวกต่อการใช้งาน ตรวจสอบโถงลิฟต์ ว่าประตูลิฟต์ทำงานเรียบร้อยหรือไม่ ระดับการหยุดของลิฟต์ในแต่ละชั้นสม่ำเสมออยู่ระดับเดียวกันของพื้นอาคารหรือไม่ ตรวจสอบความสะอาดเรียบร้อยและการใช้งานโดยรวมว่าสะดวกหรือไม่

นอกจากนี้ต้องตรวจสอบทางเดินส่วนกลางว่าเรียบร้อยได้มาตรฐานและสะอาดดีหรือไม่ บันไดหนีไฟได้มาตรฐานและควรสามรถใช้งานได้จริงเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินมีการดูแลรักษาที่ดี รวมถึงอุปกรณ์ดับเพลิงที่ควรมีสภาพใหม่พร้อมใช้งาน ตำแหน่งของตู้ไฟฉุกเฉินและกล้องวงจรปิดนอกจากนี้ต้องดูว่าสาธารณูปโภคส่วนกลาง อย่างห้องออกกำลังกายหรือสระว่ายน้ำ (ถ้ามี) นั้นเป็นไปตามที่ทางโครงการโฆษณาไว้หรือไม่เพราะพื้นที่ส่วนกลางเป็นค่าใช้จ่ายที่คุณต้องเสียทุกเดือน จึงควรตรวจสอบอย่างรอบด้านเพื่อไห้ได้รับประโยชน์สูงสุดนั่นเอง

ปัญหายอดฮิต ของชาวคอนโดที่ต้องเจอ

เคยได้ยินคนบอกกันมั้ยครับว่า “ปัญหามีไว้แก้” หรือ “ปัญหามีไว้ฝึกปัญญา” แต่หลายๆ ครั้งก็ต้องยอมรับกันครับว่า ปัญหาในคอนโดบ้านเราเป็นปัญหาที่ต้องทำใจ และทำใจกันอย่างเดียว! วันนี้เราลองมาดูกันครับว่า ปัญหาหรือคำถามยอดฮิตที่พวกเราน่าจะเจอกันประจำในคอนโดมีอะไรบ้าง

1. ที่จอดรถไม่พอ ปัญหาอมตะครับสำหรับคอนโดเมืองไทย แถมพ่วงด้วยปัญหาต่อเนื่องอื่นอีก เช่น จอดรถซ้อนกัน (โดยเฉพาะในชั้นเตี้ยทั้งที่ชั้นสูงก็ยังมีที่จอด) คนที่มีสิทธิจอดไม่ตายตัว (Float) แต่ไปแอบจอดในตำแหน่งตายตัว (Fixed) ของคนอื่น โชคไม่ดีครับว่า สคบ. และกฎหมายบ้านเรายังไม่มีกฎเกณฑ์บังคับกับผู้ประกอบการว่าจะต้องทำที่จอดรถอย่างน้อยเท่าไหร่ ดังนั้นจึงขึ้นอยู่กับดุลพินิจ (และ Profit Margin) ของผู้ประกอบการแต่ละรายเองว่าจะทำเป็นสัดส่วนเท่าไร เช่น 100 ห้องอาจทำที่จอดครบ 100 ตำแหน่ง หรือ 100 ห้องแต่มีที่จอดแค่ 60 ตำแหน่ง (รวมหรือไม่รวมจอดซ้อน) วิธีเลี่ยงปัญหาที่ดีที่สุดคือ ซื้อคอนโดแบบมีกรรมสิทธิ์ในที่จอดรถด้วย (ซึ่งจะต้องระบุกรรมสิทธิ์ชัดเจนในหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดด้วย)แต่ราคาก็จะแพงสุดๆ ทีเดียว หรือเสนอที่ประชุมให้ตั้งกฎกติกาจอดรถชัดเจน เช่น กำหนดตายตัวให้จอดรถได้ 1 ห้องต่อ 1 คัน เท่าเทียมกันทุกห้อง (ไม่ว่าห้องเล็กหรือห้องใหญ่) ส่วนคันต่อไปต้องเสียเงิน หรือต้องจอดนอกโรงจอดรถหรือกำหนดว่าหากมีการจอดทับสิทธิบนตำแหน่งที่จอดรถตายตัวของคนอื่น ก็ให้มีการล็อคล้อกันไปเลย เป็นต้น

 

2. ไม่เข้าร่วมประชุมลูกบ้าน กฎหมายคอนโดกำหนดให้มีการเรียกประชุมใหญ่ (สามัญ) ลูกบ้านปีละหนึ่งครั้งเป็นอย่างน้อย (และอาจมีประชุมย่อยที่เรียกว่าวิสามัญได้อีกกี่ครั้งก็ได้) การไม่เข้าประชุมไม่มีความผิดใดๆแต่จะทำให้เสียสิทธิในการแสดงความเห็น และออกเสียงในการบริหารจัดการคอนโด ในการประชุมออกเสียงลงคะแนน ต้องยอมรับครับว่าห้องใหญ่จะมีคะแนนเสียงมากกว่าห้องเล็ก เพราะคะแนนเสียงจะเท่ากับสัดส่วนพื้นที่ของแต่ละห้องต่อพื้นที่ทั้งหมดของทุกห้องในอาคารนั้นข้อแนะนำคือปกติเวลาจะมีประชุม เราจะได้รับเอกสารนัดประชุมพร้อมเรื่องที่จะมีการประชุมกัน ถ้าเราเจอเรื่องสำคัญ (เช่น พิจารณาการขึ้นค่าส่วนกลาง) หรือเป็นเรื่องที่กระทบกับความเป็นอยู่เรา (เช่น การเปลี่ยนกฎเกณฑ์การจอดรถ)เราก็ควรเข้าประชุม หรือมอบฉันทะให้เพื่อน หรือคนรู้จักในคอนโดเข้าร่วมประชุม และออกเสียงแทน แต่ผู้รับมอบฉันทะ 1 คนจะรับมอบอำนาจจากคนอื่นเกิน 3 ห้องไม่ได้นะครับ และจะมอบให้กรรมการ เจ้าหน้าที่นิติฯ หรือผู้จัดการนิติฯหรือผู้จัดการนิติฯ เป็นผู้รับมอบก็ไม่ได้เหมือนกัน เพราะทั้งหมดนี้กฎหมายห้ามไว้ หากเราเป็นกรรมการแล้วอยากให้เข้าร่วมประชุมกันเยอะๆ ก็อาจกระตุ้นโดยการแถมคูปองจอดรถสำหรับ Visitor ให้คนที่เข้าร่วมประชุมโดยมีมูลค่าแล้วแต่จะกำหนดวิธีนี้ก็ได้ผลดีไม่เลวเหมือนกัน

 

3. ใช้ทรัพย์ส่วนกลางกันจนเสียหาย และไม่เกรงใจเพื่อนบ้าน ปัญหานี้มีสารพัดมากมาย ตั้งแต่ทิ้งขวดน้ำกระป๋องเบียร์ไว้ข้างสระว่ายน้ำ จัดงานปาร์ตี้เสียงดังในสวน โยนรองเท้า กองถุงขยะไว้หน้าห้อง พาคนนอกเข้ามาใช้ยิม รือห้องอ่านหนังสือ ซึ่งเรื่องพวกนี้คงต้องอาศัยพวกเราชาวคอนโดช่วยกันเป็นหูเป็นตาแจ้งให้นิติฯ จัดการ โดยปกติในข้อบังคับทุกคอนโดจะเขียนไว้ว่า ถ้ามีการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการใช้ทรัพย์ส่วนกลางเหล่านี้ ผลจะเป็นเช่นไร เช่น เรียกค่าเสียหาย แจ้งความ งดการให้บริการสาธารณูปโภค แต่ปัญหาคอนโดบ้านเรา คือการบังคับใช้กฎ เพราะแม้จะเขียนกฎไว้ แต่ถ้านิติฯ ไม่บังคับใช้กฎอย่างจริงจัง ปัญหาบางอย่างก็บานปลายออกไปได้ หรือแม้กระทั่งเรื่องเล็กน้อย อย่างเช่น การเจาะกำแพงแขวนนาฬิกาบนผนังด้านที่ติดกับอีกห้องหนึ่งโดยไม่ถามเขาก่อน เพราะถ้าว่ากันตามหลักแล้ว เรื่องนี้ก็ถือว่าผิดเช่นกัน เพราะผนังกั้นห้องนี้ถือเป็นกรรมสิทธิ์รวมของเจ้าของห้อง 2 ห้องที่ติดกันนี้นะครับ ดังนั้น ถ้าจะทำอะไรกับผนังนี้ต้องได้รับความยินยอมจากห้องที่ติดกันนี้ก่อนเสมอครับ

สถาปนิก 

You might also like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *