ช่วยด้วย! ประตู หน้าต่าง ปิดไม่สนิท ควรทำอย่างไรดี ไม่ให้เกิดช่องว่าง

ช่วยด้วย! ประตู หน้าต่าง ปิดไม่สนิท ควรทำอย่างไรดี  ไม่ให้เกิดช่องว่าง

ช่วยด้วย! ประตู หน้าต่าง ปิดไม่สนิท เกิดช่องว่าง อุดร่อง ช่องวาง ประตู – หน้าต่าง
ประตู – หน้าต่าง ถือเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่สำคัญของบ้าน ที่ช่วยสร้างความสวยงาม และยังเป็นส่วนที่สะท้อนหน้าตาของตัวบ้านได้ดี การเลือกประตู – หน้าต่าง ควรเลือกที่เหมาะสมกับพื้นที่การใช้งานแต่ละส่วน อีกทั้งประตู – หน้าต่าง ยังช่วยรับแสงธรรมชาติ รับลม รวมถึงช่วยระบายอากาศ ภายในบ้าน ให้หมุนเวียนถ่ายเทสะดวก ปัจจุบันประตู – หน้าต่าง มีให้เลือกหลากหลายประเภทอย่างมาก เช่น วัสดุไม้ เหล็ก อลูมิเนียม และ ยูพีวีซี เป็นต้น โดนแต่ละประเภทมีรูปแบบการติดตั้งที่ต่างกันออกไป อย่าง ประตูบานเปิดเดี่ยวและบานเปิดคู่ ประตูบานเฟี้ยม หรือ ประตู หน้าต่างบานเลื่อน การใช้งานควรเลือกที่เหมาะสมที่สุด เพื่อลดปัหญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

เมื่อใช้งานประตู – หน้าต่าง เป็นระยะเวลานาน มักประสบปัญหาการเกิดร่อง ช่องว่างรอยต่อระหว่างประตู – หน้าต่าง อยากที่ทราบว่าประตู – หน้าต่างมีการเปิด – ปิด ตลอดเวลา มักเกิดปัญหาเหล่านี้ได้ง่าย โดยเฉพาะประตู – หน้าต่างประเภทไม้ สาเหตุการเกิดมีดังนี้

 

ปัญหาช่องว่าง รอยต่อประตู – หน้าต่าง บ้านอายุนานๆ จะมีปัญหาเกี่ยวกับโครงสร้าง ซึ่งสิ่งที่ตามมา คือ รอยร้าวและช่องว่าง เกิดจาการทรุดตัว
ประตู – หน้าต่าง เมื่อใช้งานระยะยาว มักพบเจอปัญหาร่อง ช่องว่างรอยต่อ ปิดไม่สนิท อย่างเช่น วัสดุประเภทไม้เมื่ออากาศเปลี่ยนแปลงมีการยืดหดตัว การติดตั้งไม่ได้มาตรฐาน รวมถึงสภาพอากาศ ความเปียกชื้น และ วัสดุประเภทอลูมิเนียม มักเกิดจากการติดตั้งชุดหน้าต่างห่างจากกรอบกำแพงปูนเกินไป ปัญหาช่องว่างรอยต่อที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงปิดไม่สนิทเท่านั้น แต่! ยังทำให้เกิดการรั่วซึมได้ง่าย เมื่อเข้าสู่หน้าฝน หรือ น้ำฝนไหลซึม หากปล่อยไว้ส่งผลใหญ่แน่นอน

ประเภทวัสดุประตู – หน้าต่าง ได้รับความนิยม
ไม้
ไม้ ได้รับความนิยมอย่างมาก มีความสวยงามตามธรรมชาติ เนื้อละเอียด มีกำลัง ลวดลายสวย แข็งแรงทนทาน โดยไม้บางชนิด อย่างเช่น ไม้สักปลวกไม่กิน เหมาะสำหรับทำเครื่องเรือน เช่น ตู้ ประตู – หน้าต่าง โต๊ะ และเก้าอี้ เป็นต้น

อลูมิเนียม
อลูมิเนียม มีหลายเฉดสี อาทิ สีชา สีน้ำตาลเข้ม สีดำ สีธรรมชาติ มีความทนทาน ผลิตออกมาจากโรงงาน นิยมใช้ใช้เป็นวงกบ หรือ ขอบในห้องน้ำ ไม่ผุกร่อนง่าย ไม่ขึ้นสนิม

กระจก
กระจกนำมาใช้ในส่วนของลูกฟักประตู – หน้าต่าง ส่วนใหญ่เลือกชนิดกระจกเป็นกระจกเทมเพอร์ เป็นกระจกนิรภัย สร้างความเสียหายน้อย เมื่อแตกมีลักษณะเป็นเม็ดข้าวโพด สามารถเลือกสีได้ตามความต้องการ กรอบประตู – หน้าต่าง จะเป็นวัสดุอลูมิเนียม ไม้ และUPVC เป็นต้น

ในกรณีช่องว่างรอยต่อประตู – หน้าต่าง ที่มีความกว้างไม่มาก ควรเลือกใช้ซิลิโคน ยาแนว อุดร่องต่างๆ โดยตัวซิลิโคนต้องมีความแข็งแรง ยืดหยุ่นตัวสูงเมื่อแห้งตัว เพื่อช่วยลดปัญหาดังกล่าวได้ รวมถึงการเลือกประเภทวัสดุแต่ละชนิดที่กล่าวไปข้างต้น

แนะนำ จระเข้ ซิลิโคน ซีล ซิลิโคน ยาแนว มีความแข็งแรง ยืดหยุ่นตัวสูงเมื่อแห้งตัว ทนทานต่ออากาศและสิ่งแวดล้อม รังสี UV แรงสั่นสะเทือน ความชื้น และสารละลายต่างๆ สามารถใช้ยาแนวรอยต่อในแนวดิ่งและงานเหนือศีรษะได้ อุดร่อง ที่รองรับการเคลื่อนไหว อย่าง ขอบหน้าต่าง วงกบ และประตู เป็นต้น ใช้สำหรับยาแนวกันรั่วซึมของน้ำ อากาศ ความชื้นได้ ที่สำคัญก่อนใช้งาน จระเข้ ซิลิโคน ซีล ควรทำความสะอาดพื้นผิว ช่องว่างให้ปราศจากฝุ่น คราบน้ำมัน สี หรือสิ่งสกปรก เหมาะสำหรับร่อง ช่องว่างกว้างประมาณ 3-12 มิลลิเมตร ลึก 5-10 มิลลิเมตรเท่านั้น สามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ได้ผ่านช่องทางออนไลน์ ส่งตรงถึงหน้าบ้าน ลดปัญหา ประตู หน้าต่าง ปิดไม่สนิท เกิดช่องว่างกวนใจ

หน้าแรก ∘ บทความ ∘ เจ้าของบ้าน ∘ ประตูและหน้าต่าง ∘ น้ำรั่วซึมบริเวณขอบประตู หน้าต่าง มีวิธีแก้ไขอย่างไร ?
น้ำรั่วซึมบริเวณขอบประตู หน้าต่าง มีวิธีแก้ไขอย่างไร ?
แก้ไขปัญหา น้ำรั่วซึมบริเวณขอบประตู หน้าต่าง
ปัญหาเรื่องการรั่วซึมบริเวณขอบประตูหน้าต่าง รวมถึงขอบประตู ยิ่งช่วงที่ฝนตกหนักด้วยแล้ว ก็ทำให้เกิดปัญหาใหญ่ที่ชวนปวดหัวสุดๆ เพราะนอกจากจะทำให้น้ำรั่วซึมเข้ามาภายในบริเวณบ้าน เป็นเหตุทำให้เฟอร์นิเจอร์ได้รับความเสียหายแล้ว ความชื้นที่เกิดขึ้นจากการรั่วซึมยังทำให้เกิดเชื้อราดำที่เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคอีกด้วย

และหากปล่อยไว้นานเกินไป ก็อาจทำให้เกิดความเสียหายบานปลายตามมาในภายหลัง เพราะฉะนั้นควรรีบทำการซ่อมแซมโดยด่วนตั้งแต่ครั้งแรกที่พบปัญหา สำหรับสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาเรื่องการรั่วซึม ดังนี้

– เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสมกับการใช้งาน
– ซิลิโคนที่ใช้หมดอายุ และมีการเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา
– การยิงซิลิโคนบริเวณขอบประตูหน้าต่างไม่ต่อเนื่อง
– ผนังบริเวณประตูหน้าต่างมีรอยร้าว

เพื่อยับยั้งไม่ให้ปัญหาบานปลาย รวมถึงเสียเงินในการซ่อมแซมที่หนักหน่วง ควรรีบทำการแก้ไขรอยรั่วที่เกิดขึ้นภายในบริเวณบ้านโดยเร็ว

รวมวิธีแก้ไข้ปัญาหาน้ำรั่วซึมบริเวณประตู-หน้าต่าง
ทำกันสาดเพื่อแก้ไขปัญหาในระยะยาว
การติดตั้งกันสาดบริเวณที่อยู่ตรงหน้าต่าง เป็นการแก้ไขที่ได้ผลในอันดันต้นๆ และแก้ไขได้ในระยะยาว ซึ่งนอกจากกันฝนได้แล้ว ยังช่วยบังแดดได้อีกด้วย

ก่อขอบปูนตกแต่งหน้าต่าง

การก่อขอบปูนบริเวณประตูหน้าต่าง นอกจากมอบการตกแต่งที่มีดีไซต์สวยแล้ว ยังสามารถป้องกันน้ำรั่วซึมบริเวณขอบหน้าต่างและประตูได้อยู่หมัด อีกทั้งใช้พื้นที่น้อยอีกด้วย

ใช้ม่านบังแดดสำหรับบังหน้ารถ

ม่านบังแดดที่ใช้สำหรับบังหน้ารถเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ดีไม่น้อย โดยนำมาติดเป็นแนวยาว หลังจาก เลิกใช้ ก็ม้วนเก็บ เป็น การแก้ไข สำหรับงบที่จำกัด รวมถึงประหยัดพื้นที่ได้อีกด้วย

เลือกใช้วัสดุอุดรอยต่อที่มีคุณภาพ

ถ้า ไม่อยากให้ เกิดปัญหา ซ้ำรอยเดิม ควรเลือกใช้วัสดุ สำหรับอุดรอย ต่อที่มีคุณภาพ และมี ความเหมาะสม กับการใช้งานในแต่ละพื้นที่

ปัญหาการรั่วซึมบริเวณหน้าต่าง และประตู ถือเป็นสิ่งที่หลายบ้านต่างมีโอกาสได้พบเจอ ยิ่งบ้านที่ผ่าน การสร้าง มาอย่างนาน มักมาพร้อมปัญหาที่ต้องทำการแก้ไขมากมาย ซึ่งหากปล่อยปละละเลยก็ยิ่งส่งผลเสียแก่บ้านของคุณเอง อาทิ

– วอลเปเปอร์เกิดคราบสกปรก และมีเชื้อราที่เกิดขึ้นจากความชื้น
– บริเวณมุมประตูและหน้าต่างมีคราบน้ำที่รั่วซึม รวมถึงมีสิ่งสกปรกหลุดออกมาตามรอยแตก ทำให้เกิด การสะสม ของเชื้อโรค ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของคนในบ้าน
– เฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านได้รับความเสียหาย ทำไม่เสื่อมสภาพในการใช้งาน

ถ้าไม่อยากเสียเงินในการซ่อมแซมโดยใช่เหตุ ควรทำการแก้ไขตั้งแต่เนิ่นๆ และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหากวนใจขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ควรเลือกช่างที่มีฝีมือ รวมถึงมีความชำนาญเรื่องการสร้างบ้านและซ่อมแซม อีกหนึ่งสิ่งที่ควรให้ความสำคัญไม่แพ้กันคือ เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับการซ่อมสร้างในแต่ละบริเวณ โดย จระเข้ เอ็มเอส ซีล มาพร้อมคุณสมบัติที่มีคุณภาพสูง รวมถึงมีความยืดหยุ่น อุดทุกรอยต่อ รอบแตกร้าวได้ทั้งแนวนอนและแนวตั้ง รวมถึงปิดช่องขนาดเล็ก .

หน้าฝนซึ่งมีความชื้นสูง กับไม้ซึ่งอมความชื้นไว้สูงเป็นปฏิกิริยาซึ่งกันและกัน ซึ่งทำให้ประตูหน้าต่างไม้ในบ้านเรายามหน้าฝน อาจเกิดอาการปิดไม่ได้ เนื่องจากบานไม้บวมขยายตัวมากกว่าปกติ

อาการบวมของประตูหน้าต่างไม้นี้เป็นได้ตั้งแต่ระดับไม่ถึงมิลลิเมตร จนถึงระดับสองสามมิลลิเมตร ขึ้นอยู่กับคุณภาพของไม้ และการเผื่อระยะตั้งแต่เริ่มติดตั้งบาน ซึ่งหากเกิดขึ้นพร้อมกับการโก่งตัวของไม้อาจทำให้ประตูหน้าต่างขยายตัวขึ้นมาก อันเนื่องมาจากบานกรอบไม้ (โดยเฉพาะตรงกลางบาน) โก่งตัวแยกออกมาจากบาน

อาการนี้ดูเหมือนแก้ได้ไม่ยาก ซึ่งอาจต้องใช้เครื่องมือช่างเล็กน้อย เช่นกบไสไม้หรือสิ่ว สกัดบานไม้ส่วนที่บวมติดวงกบออกไป เท่านี้ก็เหมือนว่าบานไม้ก็น่าจะกลับมาใช้งานได้ดังเดิม

แต่… เรื่องอาจไม่ง่ายขนาดนั้น โดยเฉพาะสำหรับบานที่บวมมาก (เช่นบวมออกมาระยะประมาณ 1-3 มิลลิเมตรตลอดแนว) และเป็นบานประตู ซึ่งการไสที่ดูเหมือนง่ายที่สุดคือไสมันตรงสันประตูฝั่งที่ปิดเปิดหรือมีลูกบิดติดตั้งอยู่ได้โดยตรง ซึ่งเหตุเนื่องมาจากการติดตั้งลูกบิดบานประตู ต้องการความกว้างของกรอบบานมาเป็นระยะติดตั้งลูกบิด การไสประตูด้านที่ติดตั้งลูกบิดออกไป จะทำให้กรอบบานฝั่งลูกบิดเหลือน้อยลง ระยะการติดตั้งลูกบิดที่คลาดเคลื่อนไป 2-3 มิลลิเมตร อาจจะทำให้เกิดปัญหาการเปิดปิดได้ ฉะนั้นหากประตูมีอาการบวมปิดไม่ลงทั้งบาน จึงแนะนำว่าควรจะไสบานกรอบฝั่งที่ติดบานพับจะดีกว่า

 

แน่นอนว่าการไสปรับขนาดบานฝั่งบานพับนั้นยุ่งยาก เพราะต้องถอดประตูทั้งบานออกมา ไสปรับระดับทั้งบาน อีกทั้งต้องใช้สิ่วบากร่องบานพับใหม่ ช่างที่มักง่ายจึงอาจจะไสกรอบบานฝั่งลูกบิดเอาดื้อ ๆ เพราะประหยัดแรง ประหยัดขั้นตอน แต่อาจทำให้บานประตูบานนั้นไม่สมบูรณ์

อย่างไรก็ตาม ถ้าเกิดบานประตูบวมและปิดไม่สนิทเพียงบางส่วนของบาน หรือในกรณีที่เป็นบานหน้าต่างที่ไม่ต้องมีการติดตั้งลูกบิดหรืออุปกรณ์ล็อกที่ต้องการระยะบานกรอบเอาไว้ติดตั้ง การใช้สิ่วหรือกบไสแต่งเพียงบางส่วนของบานกรอบฝั่งลูกบิดหรือมือจับเปิดปิดก็พอรับได้ครับ

​​​​​​​ แน่นอนว่าการแก้ไขที่ถูกที่ควร มักต้องลงมือลงแรงมากกว่าปกติ แต่ก็เป็นสิ่งที่ควรทำและเป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ว่าช่างมี ประสบการณ์ และ มีจิตวิญญาณ ของช่างหรือไม่
สถาปนิก 

You might also like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *