ถั่วแระญี่ปุ่น และของไทย ต่างกันหรือยังไง

เคยไหมเวลาที่ไปเดินตามซุปเปอร์มาร์เก็ตใน ช่วงลดน้ำหนัก อยากจะหาอาหารว่างมาทานบ้าง แก้เหงาปาก ครั้นจะเลือกเป็นขนมถุงก็มีโซเดี่ยมและไขมันมากเกินไป น้ำหวาน น้ำผลไม้ก็มีแต่น้ำตาล กลัวจะอ้วน จะเพิ่มน้ำหนักที่อุตส่าห์ลดมาเปล่าๆ เดินวนไปวนมาจะเลือกอย่างไรดี แต่คุณๆรู้ไหมว่าความจริงแล้วตามซุปเปอร์มาร์เก็ตก็ยังมีอาหารว่างที่ถือว่าเป็นอาหารว่าสุขภาพชั้นยอด ที่เหมาะกับคนลดน้ำหนัก ที่อุดมประโยชน์มากมาย แถมเคี้ยวเพลินเคี้ยวมันอีกต่างหาก นั้นคือ “ถั่วแระญี่ปุ่น” นั่นเอง

ถั่วแระไทยและถั่วแระญี่ปุ่นแตกต่างกันอย่างไร

ถั่วแระญี่ปุ่น (Green Soybean) หรือ ภาษญี่ปุ่นว่า เอดามาเมะ ( edamame ) (枝豆) เป็นที่รู้จักคุ้นเคยในหมู่คนจีน และคนญี่ปุ่นมาเป็นพันปีแล้ว และเริ่มเข้ามาเป็นที่รู้จักของคนไทยพร้อมๆกับการรับวัฒนธรรมการทานอาหารญี่ปุ่น ซึ่งความจริงแล้วคนไทยเองก็ทานถั่วแระกันมาช้านานแล้ว ถั่วแระแบบดั้งเดิมของคนไทย คือถั่วเหลืองฝักอ่อนที่ยังมีสีเขียวอยู่ นำมานึ่งหรือต้มและโรยเกลือเล็กน้อยเพื่อเพิ่มรสชาติ แต่ด้วยที่ถั่วแระไทยเป็นถั่วเหลืองฝักอ่อนของถั่วเหลืองที่นำมาใช้สกัดเป็นน้ำมันพืชหรือทำอาหารโปรตีนสกัดต่างๆ เป็นสายพันธุ์ที่เมล็ดมีขนาดเล็กและค่อนข้างแข็งกระด้างรสชาติจืด และยังมีเป็นฤดูกาลที่มีการปลูกถั่วเท่านั้นจึงทำให้ความนิยมการทานถั่วแระไทยค่อยๆจางหายไป

ในขณะที่ ถั่วแระของประเทศญี่ปุ่น ถือเป็นอาหารที่นิยมทานกันอย่างแพร่หลาย เป็นอาหารหลักประจำบ้านของชาวญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ จึงทำให้มีการปรับปรุงสายพันธ์ุถั่วเหลืองให้มีฝักและเมล็ดใหญ่กว่าถั่วเหลือปรกติถึง 2 เท่า มีรสชาติที่หวานมันและมีเมล็ดที่นุ่มกว่า ให้ผลผลิตตลอดทั้งปี เพื่อนำมาใช้รับประทานแบบฝักอ่อนโดยเฉพาะ เมื่อได้ผลผลิตแล้ว จะนำมาทำความสะอาดและใช้วิธีการแช่แข็งเพื่อส่งจำหน่ายและยังช่วยเก็บรักษาความสดของของถั่วแระไว้ ดังนั้นไม่ว่าจะซื้อถั่วแระญี่ปุ่นเมื่อไหร่ ถั่วแระที่ดีจะต้องยังมีสีเขียวอยู่เสมอ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *