ทำความเข้าใจกับ บ้านปิดนอกเปิดใน ซ่อนความเป็นส่วนตัว กับสถาปัตยกรรม

10 แบบบ้านสวย ปิดนอก โปร่งใน ดีไซน์เพื่อบ้านอยู่สบาย

ทำความเข้าใจกับ บ้านปิดนอกเปิดใน  ด้วยทำเลอันโดดเด่น ในโครงการบ้านจัดสรรยุคแรกตั้งแต่ปี 2503 ซึ่งตั้งอยู่บริเวณดอยสุเทพในตัวเมืองเชียงใหม่ จึงทำให้ผู้เป็นเจ้าของบ้านที่หลงใหลในความเงียบสงบของธรรมชาติและความเป็นส่วนตัวเลือกสร้างบ้านหลังนี้ให้กลายเป็นบ้านที่น่าอยู่ท่ามกลางธรรมชาติและความเป็นส่วนตัวที่สมบูรณ์แบบ

ท่ามกลางบรรยากาศแห่งธรรมชาติของดอยสุเทพในจังหวัดเชียงใหม่ ที่รายล้อมไปด้วยวิวขุนเขาและป่าไม้ที่โอบล้อมไว้อย่างรื่นรมย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในหมุดหมายปลายทางของผู้คนมากมายที่อยากเดินทางมาสัมผัสเสน่ห์แห่งความงดงามท่ามกลางธรรมชาติในเขตพื้นที่แห่งนี้ คือทำเลที่ตั้งหลักของบ้านสองชั้นดีไซน์สวยที่อยู่ภายในโครงการบ้านจัดสรรยุคแรกเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2503 บนพื้นที่ในตัวเมืองเชียงใหม่บริเวณดอยสุเทพ โดยมาพร้อมการออกแบบให้กลายเป็นบ้านที่น่าอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันรื่นรมย์ และสามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่เป็นส่วนตัวได้อย่างตรงตามความต้องการของผู้เป็นเจ้าของบ้านมากที่สุด ด้วยฝีมือในการออกแบบบ้านจากทีมสถาปนิก 2929DesignLab ที่เข้ามาเนรมิตพื้นที่แห่งนี้ให้เป็นบ้านแห่งความสุขที่ลงตัวกับทุกช่วงเวลาของชีวิต

จากโลเคชั่นอันโดดเด่นที่ตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขาแห่งธรรมชาติบริเวณดอยสุเทพ สู่การออกแบบบ้านดีไซน์สวยที่สอดคล้องกับความชื่นชอบของผู้เป็นเจ้าของบ้านอย่างลงตัว ด้วยความเงียบสงบท่ามกลางธรรมชาติและบรรยากาศที่เป็นส่วนตัวที่ทีมสถาปนิกนำมาใช้เป็นองค์ประกอบหลักในการออกแบบบ้านหลังนี้ พร้อมทั้งยังมีการให้ความสำคัญกับบริบทโดยรอบของโครงการเป็นหลัก เพื่อสร้างมุมมองของการอยู่อาศัยให้สามารถเชื่อมต่อกับธรรมชาติแวดล้อมที่เป็นวิวทิวทัศน์ของดอยสุเทพ ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของทำเลนี้ให้สามารถเปิดรับบรรยากาศได้มากที่สุด ภายใต้ความเป็นส่วนตัวของแบบบ้านที่ผ่านการคิดค้นมาเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้อย่างแท้จริง บนพื้นที่ใช้สอยขนาด 400 ตารางเมตร

บนพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านขนาด 400 ตารางเมตร ได้รับการจัดสรรให้เป็นแบบบ้านรูปตัวแอล (L) โดยมีตัวอาคารโอบล้อมพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ของบ้านไว้บริเวณด้านในอย่างเป็นส่วนตัวจากพื้นที่ภายนอก ตัวบ้านได้รับการก่อสร้างขึ้นจากโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก โดยมีการออกแบบพื้นที่บริเวณชั้นล่างให้เป็นโรงจอดรถในร่มจำนวน 2 คัน ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับโถงทางเข้าสู่พื้นที่ด้านในบ้านได้อย่างง่ายดาย สำหรับพื้นที่ด้านในออกแบบให้เป็นพื้นที่สำหรับโซนห้องนั่งเล่น ห้องรับประทานอาหาร ห้องครัว ห้องอ่านหนังสือ และห้องนอนสำหรับแขกที่มาพร้อมห้องน้ำในตัว

สำหรับพื้นที่บริเวณชั้นบนได้รับการจัดสรรให้เป็นห้องนอน Master Bedroom ขนาดใหญ่ ที่มาพร้อมห้องน้ำส่วนตัวขนาดกว้างขวาง พร้อมด้วยมุม Walk-in Closet ขนาดใหญ่ภายในห้องนอน

ตามความตั้งใจในการออกแบบบ้านของทีมสถาปนิกจาก 2929DesignLab ที่ต้องการสร้างพื้นที่สีเขียวภายในบ้านให้สามารถใช้งานได้อย่างสูงสุด จึงนำมาสู่การจัดสรรพื้นที่สีเขียวไว้บริเวณด้านหลังของตัวบ้าน ซึ่งนอกจากจะช่วยให้สามารถเปิดมุมมองด้านในบ้านให้เชื่อมต่อกับมุมสวนหลังบ้านมากขึ้นแล้ว การจัดสรรพื้นที่หลังบ้านให้เป็นมุมสวนสีเขียวยังช่วยให้ทีมสถาปนิกสามารถจัดวางตัวบ้านไว้บริเวณที่ใกล้กับขอบเขต set-back ด้านหลังบ้านได้มากขึ้น จึงทำให้สามารถดีไซน์ผนังบ้านเข้าไว้ด้วยกันและพร้อมทำหน้าที่เป็นรั้วบ้านได้ในคราวเดียว โดยอาคารบล็อกทึบบนผนังที่ถูกสร้างเพื่อทำหน้าที่เป็นเหมือนรั้วของบ้านก็สามารถกลายเป็นฉากหลังของเงาต้นไม้ที่สวยงามท่ามกลางแสงธรรมชาติในเวลากลางวัน และสีสันยามค่ำคืนจากแสงไฟในเวลามืดในมิติที่แตกต่างไม่ซ้ำกัน

บริเวณโถงทางเข้าบ้านมีการออกแบบพื้นที่เป็นผนังแบบ Double Space ด้วยอิฐบล็อกช่องลม ซึ่งสามารถเปิดรับแสงสว่างและลมธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่โถงทางเดินในบริเวณนี้ได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งนอกจากจะช่วยสร้างกิมมิกภายนอกให้พื้นที่ด้านหน้าของตัวบ้านสวยโดดเด่นสะดุดตามากขึ้นแล้ว ยังช่วยเพิ่มความโปร่งโล่งให้ตัวบ้านที่ออกแบบไว้อย่างเป็นส่วนตัวจากภายนอกได้มากยิ่งขึ้น

พื้นที่ด้านในบ้านได้รับการออกแบบให้มาพร้อมบรรยากาศความอบอุ่นและความสงบงามท่ามกลางธรรมชาติ ด้วยการเลือกใช้วัสดุไม้ที่มีความเป็นธรรมชาติเข้ามาตกแต่งภายในบ้านให้สวยงามและน่าอยู่ตามความชื่นชอบส่วนตัวของผู้เป็นเจ้าของบ้าน โดยมีการผสมผสานระหว่างสีเบจจากไม้ธรรมชาติเข้ากับเฉดสีสว่างที่ดูอ่อนละมุนของสีขาวครีมอย่างลงตัว ซึ่งนอกจากจะช่วยให้พื้นที่ในบ้านเต็มไปด้วยความรู้สึกชวนผ่อนคลายและสบายตาแล้ว ยังช่วยสร้างมิติของพื้นที่ภายในบ้านให้ดูกว้างขวางมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันก็มีการจัดวางพื้นที่ใช้สอยในแต่ละส่วนให้มาพร้อมช่องแสงบานเปิดหลากหลายมุม ซึ่งสามารถเปิดรับลมและแสงสว่างจากธรรมชาติภายนอกให้เข้าสู่พื้นที่ด้านในบ้านได้ตลอดวัน
แบบบ้านแบบบ้านสวยบ้านสองชั้นSubmit Your Work

ต่อเนื่องจากโซนห้องรับประทานอาหารและมุมห้องนั่งเล่น สู่พื้นที่ใช้สอยภายในห้องครัวขนาดพอดีที่ออกแบบไว้อย่างครบครันในการใช้งาน โดยทีมสถาปนิกก็ไม่ลืมให้ความสำคัญกับการจัดวางช่องแสงให้สามารถเข้าสู่พื้นที่ใช้งานในห้องครัว ด้วยการติดตั้งหน้าต่างบานเลื่อนกระจกใสเป็นแนวยาวตลอดมุมห้องครัว จึงทำให้สามารถเปิดรับแสงสว่างได้อย่างเต็มที่ตลอดวัน หรือจะเปิดเพื่อระบายอากาศและกลิ่นอับภายในห้องครัวจากการใช้งานก็ได้เช่นกัน

อีกหนึ่งพื้นที่ในบ้านซึ่งมีความสำคัญและได้รับการจัดสรรพื้นที่ใช้งานไว้อย่างเป็นสัดส่วนไม่แพ้กัน ก็คือโซนห้องอ่านหนังสือและมุมนั่งทำงาน ซึ่งได้รับการจัดวางไว้บริเวณด้านขวาของตัวบ้านให้เป็นพื้นที่ห้องสมุดขนาดย่อมที่สามารถใช้เป็นมุมนั่งอ่านหนังสือและพื้นที่นั่งทำงานไปพร้อมกัน โดยทีมสถาปนิกได้เลือกสรรหน้าต่างบานกระทุ้งขนาดพอดีไว้บริเวณด้านข้างของมุมห้อง เพื่อให้สามารถเปิดเพื่อรับลมและแสงธรรมชาติจากภายนอกให้พัดผ่านเข้าสู่พื้นที่ด้านในได้อีกช่องทางหนึ่ง โดยมีประตูบานเลื่อนกระจกใสขนาดใหญ่ที่สามารถเชื่อมต่อสู่โถงทางเดินด้านนอกที่ติดกับวิวสวนได้อย่างง่ายดาย จึงเป็นอีกเสน่ห์หนึ่งของบ้านหลังนี้ที่น่าสนใจ ซึ่งสามารถเปิดรับวิวสวนได้อย่างเต็มที่โดยไม่จำเป็นต้องจัดวางพื้นที่ใช้งานไว้ใกล้กับมุมสวนหลังบ้าน

ภายใต้ความใส่ใจในทุกรายละเอียดของการออกแบบบ้านเพื่อการอยู่อาศัยที่สอดคล้องกับธรรมชาติอย่างเหมาะสม จึงนำมาสู่การออกแบบโถงบันไดบ้านให้มีพื้นที่แบบ Double Space ที่มีความโปร่งโล่งด้วยพื้นที่ช่องว่างขนาดใหญ่สำหรับการหมุนเวียนอากาศภายในบ้านระหว่างพื้นที่ชั้นล่างและพื้นที่ชั้นบน อีกทั้งยังสเปซที่ถูกดีไซน์ให้เป็นช่องแสงที่ส่องผ่านจากพื้นที่ใช้งานด้านบนสู่ผนังภายนอกจนเกิดเป็นมิติที่แตกต่างยามค่ำคืน

 

โถงบันได้ด้านบนได้รับการออกแบบเป็นมุมหิ้งพระอย่างเรียบง่าย แต่สามารถสะท้อนดีไซน์ได้อย่างลงตัวกับการตกแต่งบ้านอย่างกลมกลืน ด้วยการเจาะช่องผนังให้เป็นรูปวงกลม ก่อนที่จะนำแผ่นไม้ดีไซน์สวยเข้ามาเสริมเป็นแท่นสำหรับวางองค์พระได้อย่างเข้ากัน สำหรับพื้นที่ในบริเวณด้านข้างมีการออกแบบเป็นช่องแสงขนาดใหญ่ เพื่อเพิ่มความรู้สึกโปร่งโล่งให้พื้นที่ใช้งานในบริเวณนี้มากยิ่งขึ้น โดยมีฟังก์ชั่นโต๊ะไม้ลอยตัวที่ช่วยเสริมให้สามารถใช้งานพื้นที่ในบริเวณนี้ได้มากกว่าเดิม

ด้านในห้องนอน Master Bedroom ขนาดใหญ่ได้รับการออกแบบให้มาพร้อมช่องแสงจากหลากหลายทิศทาง จึงช่วยทำให้พื้นที่ใช้งานภายในห้องนอนมาพร้อมความโปร่งโล่งที่สามารถเชื่อมต่อกับธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิด สำหรับพื้นที่พักผ่อนถูกจัดวางไว้อย่างเป็นส่วนตัวบริเวณด้านในสุดของมุมห้อง โดยมีการออกแบบพื้นที่ทั้งสองด้านจากประตูทางเข้าให้เป็นมุม Walk-in Closet ส่วนตัวที่มาพร้อมตู้เสื้อผ้าแบบบิลท์อินขนาดใหญ่ที่จัดวางไว้ทั้งสองด้านของมุมห้องนอน

 

แม้จะเป็นพื้นที่ใช้สอยภายในห้องน้ำ แต่ก็ยังมาพร้อมการออกแบบของช่องแสงขนาดใหญ่ที่สามารถเปิดรับแสงสว่างจากภายนอกได้อย่างเต็มที่ จึงสามารถเติมเต็มความเป็นธรรมชาติให้บรรยากาศในห้องน้ำที่ตกแต่งไว้ด้วยโทนสีอบอุ่นมีความโปร่งโล่งสบายตา ซึ่งสามารถเปลี่ยนพื้นที่อับชื้นในห้องน้ำให้มีบรรยากาศปลอดโปร่งถูกสุขอนามัยมากยิ่งขึ้น

เมื่อเสน่ห์แห่งธรรมชาติมาบรรจบความเป็นส่วนตัว จึงทำให้บ้านหลังนี้เกิดเป็นเสน่ห์แห่งความต่างที่สามารถผสมผสานทุกความต้องการของผู้เป็นเจ้าของบ้านเข้ากับบรรยากาศของธรรมชาติในพื้นที่โดยรอบได้อย่างลงตัว

 

บ้านคอนกรีต ปิดด้านนอก เปิดด้านใน
โจทย์การสร้างบ้านของแต่ละคนย่อมแตกต่างกันไปตามลักษณะรสนิยม ความต้องการ ความชอบ ไปจนถึงข้อจำกัดต่าง ๆ บางคนที่บริเวณรอบ ๆ มีความเป็นส่วนตัวรั้วรอบขอบชิดอยู่แล้วก็อาจจะอยากเปิดบ้านให้ดูโปร่งสบาย แต่สำหรับบ้านที่อยู่ติดริมถนนที่มีทั้งรถและผู้คนสัญจรผ่านไปมาทั้งวัน การเปิดบ้านให้สามารถมองทะลุปรุโปร่งเห็นความเคลื่อนไหวของคนในบ้านย่อมไม่ปลอดภัย จึงต้องสร้างปราการปิดกั้นเพื่อความเป็นส่วนตัว แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าเลือกที่จะปิดหมดก็ดูเหมือนจะอึดอัดและถูกตัดขาดจากภายนอกอย่างสิ้นเชิง สถาปนิกหลาย ๆ ท่านจึงแก้ไขปัญหานี้ด้วยการปิดภายนอกแต่เปิดภายใน เหมือนเช่นบ้านที่เราจะพาไปชมในเนื้อหานี้ครับ

บ้านคอนกรีตโชว์ร่องรอยความดิบของวัสดุ
อาคารที่ดูเรียบเท่ด้วยสีเทาของปูนเปลือยและร่องรอยแม่แบบดิบ ๆ นี้สร้างอยู่ในนครเจียอี้ ประเทศไต้หวัน พื้นที่ใช้สอย 240 ปิง หรือประมาณ 793.38 ตารางเมตร มีทั้งหมด 5 ห้องนอน 7 ห้องน้ำ เนื่องจากตัวบ้านติดกับถนนที่ผู้คนและรถราขวักไขว่ จึงใส่คอนเซ็ปในการออกแบบให้ “ปิดเป็นส่วนตัวด้านนอกและเปิดโล่งด้านใน” ทั้งนี้เพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวออกจากถนนชั้นล่างจึงใช้กำแพงสูงเป็นกรอบคอนกรีตใส่ประตูแผ่นเหล็กแนวตั้งสีเทาเข้มสูงถึง 4 เมตร และมีประตูทางเข้าเล็ก ๆ ด้านข้าง ส่วนภายในกลับใช้วัสดุที่สร้างความรู้สึกเปิดโปร่งเบาให้กับบ้าน ที่ดูต่างจากภายนอกอย่างสิ้นเชิง

อาคาร Modern ปูนเปลือยเรียบเท่

ผนังปูนเปลือยโชว์กริดไลน์และรูน็อต

จากด้านข้างอาคารจะเห็นว่าสถาปนิกไม่ได้ออกแบบให้ตัวอาคารปิดทั้งหมด แต่มีการตัดพื้นที่บางส่วนเพื่อเพิ่มพื้นที่ว่างกลางอาคารให้เป็นรูปตัว T เมื่อมองจากด้านล่างขึ้นไปจะเห็นเป็นช่องว่างเปิดออกสู่ท้องฟ้า ที่ไม่เพียงแต่จะทำให้ดูมีชีวิตชีวาและลูกเล่นมากขึ้นเท่านั้น ยังช่วยให้เกิดการไหลเวียนของอากาศในบ้านที่ดีขึ้นอีกด้วย

สวนโมเดิร์นเล็ก ๆ

จากประตูเล็กหน้าบ้านเปิดเข้ามา จะพบกับทางเดินปูแผ่นหินขนานไปกับสวนหิน ที่ตกแต่งด้วยอ่างน้ำเล็ก ๆ สไตล์ zen ต้อนรับกลับบ้านด้วยความสงบผ่อนคลาย ดานบนปกคลุมด้วยหลังคาโปร่งแสง จึงยังคงรู้สึกได้ถึงความเปิดและโปร่งแม้จะปิดอยู่ก็ตาม สวนนี้ยังเป็นกันชนเพิ่มระดับความเป็นส่วนตัวให้บ้านออกจากความวุ่นวายภายนอกได้อีก 1 ระดับ

ห้องนั่งเล่นผนังกระจก

ผนังกระจกโปร่ง ๆ เปิดรับแสง สวน และอากาศเข้าสู่ภายใน
ภาพภายนอกอากาศให้ความรู้สึกปิด ดิบเย็น และหนักแน่น เจ้าของบ้านจึงต้องการสร้างความสมดุลให้ตัวบ้านไม่ดูกระด้างเกินไป จึงปูพื้นชั้นล่างสุดด้วยไม้เพิ่มสัมผัสละมุนอ่อนโยน เติมแต่งเรื่องราวให้บ้านด้วยโซฟาโครงไม้บุผ้า เฟอร์นิเจอร์สไตล์นอร์ดิก ตู้เก่า เก้าอี้หนัง เครื่องปั้นดินเผา ซึ่งเป็นของสะสมส่วนตัวที่ได้มาจากจีน ญี่ปุ่น และอื่น ๆ ส่วนของผนังแทนที่จะใช้ผนังแบบก่อฉาบปิดก็เปลี่ยนมาเป็นกระจกสูงจากพื้นจรดเพดานติดผ้าม่านกรองแสงสีเทา ช่วยลดความหนักของอาคารและเชื่อมต่อภายในภายนอกได้ดี

ห้องนั่งเล่นมองเห็นสวน

ผนังกระจกและบานประตูกระจก เป็นตัวกลางดึงแสงธรรมชาติเข้าสู่ภายใน สร้างบรรยากาศที่ว่างและสดชื่น มองทะลุออกไปซึมซับความเป็นธรรมชาติจากสวนและเห็นทิวทัศน์ด้านนอกที่ไกลออกไปได้ชัดเจน

ห้องนั่งเล่นโปร่งสว่าง

จัดบ้านโปร่งโล่ง

ผสมความใหม่และของเก่าเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน
ด้วยรูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป ทำให้การจัดพื้นที่ภายในบ้านต้องเปลี่ยนตาม จากเดิมที่เน้นแบ่งพื้นที่ด้วยผนังแยกเป็นห้องย่อย ๆ ก็กลายมาเป็นการเชื่อมพื้นที่ใช้งานหลาย ๆ ส่วนเข้าด้วยกันแบบไร้ผนังแบ่ง กลายเปนห้องโถงใหญ่ ๆ ที่ใส่มุมนั่งเล่นดูทีวี โต๊ะนั่งทานข้าว ครัว เข้ามาไว้ด้วยกัน ทำให้สมาชิกแต่ละคนสามารถทำกิจกรรรมที่หลากหลายได้พร้อม ๆ กัน เป็นการทลายทั้งกำแพงบ้านและกำแพงในใจให้คนหลากเจเนอเรชั่นมีความใกล้ชิดกันมากขึ้น

ตกแต่งบ้านสไตล์ contemporary

 

ตกแต่งบ้านร่วมสมัย

ในระหว่างความเรียบคมแบบโมเดิร์นของเฟอร์นิเจอร์ไม้สี่เหลี่ยม ผนังคอนกรีตโชว์แนวกริดไลน์และร่องรอยรูน็อตสลับกับผนังไม้ ถูกแทรกด้วยของสะสมอย่าง รูปปั้นจีนโบราณ ตู้ไม่แกะสลักฝีมือประณีตอ่อนช้อย โต๊ะกาแฟแบรนด์นอร์ดิก นาฬิกาตั้งพื้นแบบโบราณของเยอรมัน บ้านจึงเต็มไปด้วยเรื่องราวของอดีตสไตล์เรโทรที่ซ่อนตัวอยู่ได้อย่างไม่ขัดตา

ชานบ้านติดรั้วคอนกรีตโชว์ร่องรอยน็อต

บ้านทุกหลังไม่ว่าจะเป็นบ้านเดียวหรืออาคารแนวตั้งต่างก็ต้องการเข้าถึงธรรมชาติที่รวมเป็นหนึ่งเดียวกับสถาปัตยกรรม นักออกแบบจึงวางแผนจัดสวนในพื้นที่ว่างเท่าที่จะอำนวย เช่น ในพื้นที่สาธารณะในชั้นหนึ่ง สวนติดห้องนั่งเล่น ห้องนอนใหญ่บนชั้นสอง และห้องลูกชายคนโตบนชั้นสี่ สร้างบรรยากาศที่สดใสเพลิดเพลินต้นไม้ แสง และอากาศบริสุทธิ์ แม้ว่าจะอยู่บนอาคารสูง

 

ปิดนอกเปิดใน ใส่คอร์ทยาด

เนื่องจากเจ้าของบ้านเป็นคู่สามี-ภรรยา ที่มีลูกชายตัวเล็กๆหนึ่งคน โจทย์แรกที่สถาปนิกได้รับคือ เรื่องของความเป็นส่วนตัวจากมุมมองภายนอก แต่ภายในซุกซ่อนความโปร่งสบายไว้ให้ได้มากที่สุด สถาปนิกจึงออกแบบกรอบของบ้านเป็นผนังที่ค่อนข้างทึบ และเลือกใช้วัสดุ “อิฐช่องลม” ในขนาดสี่เหลี่ยมจตุรัส วางในตำแหน่งที่ต้องการเพื่อให้พื้นที่ภายในมองเห็นภายนอกได้ ในขณะที่ภายนอกมองเข้ามาได้ค่อนข้างยาก อีกทั้งยังทำให้เกิด Ventilation ลมพัดผ่านเข้าสู่ตัวบ้านได้ ในขณะที่ภายในสร้างคอร์ทยาด และเปิดมุมมองทุกห้องภายในบ้านให้เชื่อมต่อ

 

 

ผิดทิศแต่ถูกทาง

การจัดวางผังภายในบ้านออกแบบเป็นรูปตัว L ทำให้พื้นที่ที่เหลือกลายเป็นคอร์ทยาดโดยอัตโนมัติ ด้วยความที่ด้านทิศตะวันออกของบ้านมีพื้นที่ติดกับบ้านอีกหลัง ทำให้สถาปนิกตัดสินใจเลือกวางคอร์ทยาดไว้ทางทิศตะวันตก เพราะเป็นทิศทางที่ติดกับพื้นที่ว่าง มีความโปร่งโล่ง และมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามกว่า แม้จะผิดหลักที่ควรวางไว้ในทิศตะวันออก เพื่อให้เกิดร่มเงาภายในคอร์ทจากตัวบ้านในช่วงบ่ายถึงเย็นก็ตาม

 

“เรายอมแลกเอาคอร์ทยาดหันไปทางทิศตะวันตก แล้วช่วยด้วยการปลูกต้นไม้ใหญ่ เพื่อให้เป็นร่มเงาในช่วงบ่าย และทำให้เกิดบรรยากาศที่ดีของทุกห้องในตอนเย็น” สถาปนิกกล่าว และด้วยเหตุนี้เองเราจึงเห็นต้นเสม็ดแดง หรือที่ภาคอีสานเรียกว่าต้นผักเมกอยู่ภายในคอร์ทยาด ทำหน้าที่ให้ร่มเงา และสร้างบรรยากาศอันร่มรื่นให้กับบ้านหลังนี้ บวกกับการออกแบบห้องทำงานเล็กๆวางไว้ภายในคอร์ทยาดติดกับส่วนหลังบ้าน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ขอบเขตของคอร์ทยาดนี้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น และกลายเป็นหัวใจหลักของบ้านในที่สุด

 

เชื่อมต่อระหว่างทาง เปิดสู่ธรรมชาติ

เมื่อก้าวเข้าสู่ตัวบ้าน พื้นที่แรกที่เห็นเรียกว่า “LDK” คือ Living Dining Kitchen ที่มีความเชื่อมต่อกันแบบ Open Space แบ่งพื้นที่จากเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งในส่วนของ Living จะมีช่องเปิดเชื่อมต่อพื้นที่ระหว่างคอร์ทเล็กๆหน้าบ้าน กับคอร์ทกลางบ้าน ที่เมื่อเปิดหน้าต่างสองด้านพร้อมกัน จะเหมือนนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ที่มีลมพัดเอื่อยๆ อากาศพัดผ่านไปมาได้สะดวก ในทางเดียวกันขณะที่พ่อแม่นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นนั้น ก็สามารถมองเห็นลูกที่กำลังเล่นอยู่ในคอร์ทยาดได้อย่างปลอดภัย

 

พื้นที่ภายใน LDK

 

 

 

ความพิเศษของการออกแบบช่องเปิดภายในบ้านหลังนี้ ไม่ว่าจะเป็น ส่วนของทางเดิน และ ห้องนอน ก็มีช่องเปิดที่เปิดสู่คอร์ทยาด โดยเป็นหน้าต่างแบบดับเบิ้ลสกิน หรือหน้าต่างสองชั้น ด้านนอกเป็นบานเกล็ดที่มีมุ้งลวดซ่อนอยู่ภายใน หากต้องการความเป็นส่วนตัว ก็สามารถปิดตัวบานเกร็ดนี้เพื่อพราง มุมมอง จาก ภายนอก ได้ ในขณะที่ยังมี การระบายอากาศ ได้ดี หาก ต้องการ ให้ พื้นที่เปิดโล่ง เชื่อมต่อ กับ บรรยากาศ ภายนอก อย่างเต็มที่ ก็เพียงแค่เปิดทั้งหมด

 

ออกแบบบ้าน

You might also like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *