รีวิวซีรีส์เกาหลีโรแมนติก When the Weather Is Fine ผู้กำกับ ฮันจีซึง

รีวิว When the Weather Is Fine

รีวิวซีรีส์เกาหลีโรแมนติก When the Weather Is Fine  ‘เมื่อฉันต้องการซ่อนตัวเพียงลำพังในฤดูหนาว และต้องการหายใจร่วมกับคุณในฤดูใบไม้ผลิ’ คือคำโปรยบนโปสเตอร์ซีรีส์เรื่องนี้

เรื่องย่อ

แฮวอนลาออกจากงานครูสอนเชลโลในโซลและกลับไปบ้านเกิดเพื่ออยู่กับน้าซึ่งทำกิจการเกสต์เฮาส์เก่าๆ ตอนเธอมาถึง เธอเจอร้านหนังสือชื่อว่า ร้านหนังสือกู๊ดไนท์ ในบ้านโบราณที่เคยเป็นที่อยู่ของคนชราคู่หนึ่ง

เธอสงสัยเกี่ยวกับบ้านที่ดูแปลกตาในย่านชนบทแบบนั้น ขณะเดียวกันอึนซอบก็แอบมองแฮวอนที่เคยเพื่อนสมัยเรียนอยู่ไกลๆ เขาประหลาดใจที่ได้เห็นเธอ เธอเป็นเด็กผู้หญิงที่อยู่บ้านใกล้ๆ และเคยถามเขาว่ามัดฟางที่ดูเหมือนมาร์ชแมลโลว์ในทุ่งนาเรียกว่าอะไร ละครเรื่องนี้เกี่ยวกับการปลุกความกล้าและพูดในสิ่งที่ไม่เคยพูดได้ออกมา

When the Weather is Fine สร้างจากนวนิยายชื่อเดียวกัน (날씨가 좋으면 찾아가겠어요) ที่ตีพิมพ์ในเดือนมิถุนายน ปี 2018 ผลงานจากปลายปากกาของนักเขียน อีโดอู ก่อนจะถูกนำมาสร้างเป็นซีรีส์

โดยได้นักเขียนบท ฮันการัม ซึ่งเคยฝากผลงานไว้กับภาพยนตร์โทรทัศน์ Summer Days; Yeo-Reum และผู้กำกับ ฮันจีซึง ที่เคยฝากผลงานไว้กับซีรีส์ Valid Love และ Mistress มาร่วมกันสร้างสรรค์เรื่องราวความอบอุ่นในครั้งนี้

โดยผู้กำกับ ฮันจีซึง กล่าวในงานแถลงข่าวเปิดตัวซีรีส์ว่า “เป้าหมายของพวกเราในการทำซีรีส์เรื่องนี้คือ การปลอบประโลมและมอบความอบอุ่นให้กับผู้ชมที่กำลังดิ้นรนกับชีวิตจริงอันหนักอึ้งครับ

ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นการแสดงของทีมนักแสดง เพลงประกอบ การตัดต่อเสียง ฯลฯ เราพยายามจะทำให้เป็นธรรมชาติมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ”

ในขณะที่แหล่งข่าวจากซีรีส์ดูหนังฟรีกล่าวถึงการแสดงของนักแสดงว่า “พัคมินยอง มีความสามารถพิเศษที่จะทำให้ผู้ชมรู้สึกอบอุ่นและอ่อนโยน ไม่ว่าอากาศจะหนาวมากขนาดไหนก็ตาม

ในขณะที่ ซอคังจุน นั้น ผู้ชมสามารถคาดหวังความโรแมนติกผ่านการแสดงออกทางอารมณ์ของเขาได้ ซึ่งเขาสามารถละลายหัวใจอันหนาวเหน็บได้ด้วยลมหายใจเพียงหนึ่งครั้ง”

ในวันที่อยากพักผ่อนจิตใจจากความวุ่นวายของเมืองที่ผู้คนใช้ชีวิตด้วยความเร่งรีบตลอดเวลา หรือเมื่อใดก็ตามที่อยากหาความสบายใจให้กับตัวเอง แน่นอนว่าหลายคนคงเลือกที่จะกลับบ้านหรือไปพักในสถานที่ที่เงียบ ๆ เพื่อให้ได้ไตร่ตรองถึงการเดินทางของชีวิตในเวลาที่ผ่านมา

คงจะเหมือนอย่าง มกแฮวอน คุณครูสาวสอนเชลโล่จากโซลที่หลบไปพักใจที่บ้านเกิดของเธอ หมู่บ้านบุคฮยอน จังหวัดคังวอน ความเรียบง่ายและความละมุนจากหิมะรอบ ๆ บ้านของเธอที่ดูเหมือนจะไม่มีเล่ห์เหลี่ยมอะไรซ่อนไว้ แต่การกลับมาครั้งนี้ กลับทำให้เธอได้คลี่คลายและได้พักผ่อนจิตใจอย่างแท้จริง

เนื้อเรื่อง

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นจาก ‘มกแฮวอน’ ( พัคมินยอง ) หญิงสาวน่ารัก ๆ ที่มีจิตใจใสซื่อธรรมดา ๆ คนหนึ่ง เธอเริ่มเล่นเชลโล่มาตั้งแต่เธอยังเด็ก ๆ และเมื่อเธอเริ่มโตขึ้นเธอก็ใช้ความสามารถในการเล่นเชลโล่ของเธอเพื่อเข้าสังคมและเพื่อมีสังคม

แต่อยู่มาวันหนึ่งก็เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความเสียใจให้เธอเป็นอย่างมาก และหลังจากเหตุการณ์นั้นเธอก็เริ่มปิดใจจากผู้คนและไม่คบกับผู้ใดเลยเพราะเธอไม่ไว้ใจและเชื่อใจใครทั้งสิ้น เธอเบื่อกับการชีวิตในเมืองที่วุ่นวายและไม่เงียบสงบ

เธออยากอยู่ในที่ที่ดีกว่าเมืองหลวงอย่างโซล เธอจีงตัดสินใจเดินทางกลับไปยังบ้านเกิดของเธอที่อยู่ชนบท หมู่บ้านที่ชื่อว่า บุคฮยอน และชีวิตของเธอก็กำลังจะเปลี่ยนแปลงไปอีกครั้ง เมื่อเธอได้พบกับ ‘อิมอึนซอบ’ ( ซอคังจุน ) เขาเป็นชายผู้รักความสงบ

และเปิดร้านหนังสือเล็ก ๆ ที่มีชื่อว่า “ราตรีสวัสดิ์” เขาใช้ชีวิตเรียบง่ายของเขาในทุก ๆ วัน เขาจะตื่นเช้ามาดื่มกาแฟ อ่านหนังสือเล่มที่เขาโปรดปรานและเขียนเรื่องราวต่าง ๆ ลงบล็อคของเขาเอง แต่ชีวิตของเขาก็กำลังจะเปลี่ยนไปหลังจากที่เขาได้พบกับมกแฮวอนเช่นกัน

การกลับมาพักใจของ “แฮวอน” ครั้งนี่ทำให้เธอได้เจอกับเพื่อนๆ วัยมัธยมหลายคนและทำให้ชีวิตในช่วงฤดูหนาวของเธอได้เปลี่ยนไป เธอตัดสินใจมาช่วย “อึนซอบ” ดูแลร้านหนังสือ หนุ่มที่แอบหลงรักเธอตั้งแต่วัยเรียนที่ไม่เคยได้บอกความรู้สึกออกไป

อีกหนึ่งความน่าสนใจในเรื่องคือมีการจัดตั้งชมรมหนังสือที่รวมตัวหนอนหนังสือมาพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อคิดดีๆ จากหนังสือที่ตัวเองได้อ่านทำให้เราฉุกคิดตามกับความเป็นจริงบนโลกใบนี้

ฤดูหนาวที่เปลี่ยนไปของ “มกแฮวอน” ทำให้เธอได้รับความอบอุ่นจากการใกล้ชิด “อิมอึนซอบ” จนก่อเกิดเป็นความรักที่ชะโลมใจ ทำให้เธอตัดสินใจบอกความรู้สึกออกไปเพราะคิดว่าอีกฝ่ายก็น่าจะรู้สึกเช่นเดียวกัน

แต่ความจริงกลับไม่เป็นอย่างนั้นทำให้เธอสงสัยว่าที่ผ่านมาความอบอุ่นที่ได้รับไม่ใช่การแสดงออกถึงความรักหรอกหรือ ภายหลังจึงได้พบคำตอบว่าเหตุที่ “อิมอึนซอบ” ไม่ตอบรับต่อความรู้สึกเพราะปมในอดีตของเขาที่เคยมีความสุขกับครอบครัวที่ได้ใช้ชีวิตด้วยกันบนเขา

ซึ่งในวันนึงพ่อของเขาได้หายไป สิ่งนี้ทำให้รู้ว่าเจ้าตัวนั้นกลัวความสุขที่กำลังเริ่มต้นขึ้นกับคนที่แอบรักมาเนิ่นนานจะมาเพียงชั่วครู่และจะจางหายไปเมื่อเธอกลับไปเมืองหลวงนั่นเอง

หลังจากที่ได้เสพความหวาน ในเวลาต่อมา “มกแฮวอน” ก็ได้พบความเจ็บปวดอีกครั้ง เมื่อเธอได้รับรู้ความจริงว่าน้าที่เธอไว้ใจและพึงพาได้ตลอดช่วงเวลาที่แม่ติดคุกคือบุคคลที่ฆ่าพ่อตัวเองทำให้เธอเสียใจมาก ที่ไม่เคยได้รู้ความจริงใดๆ เลย

แต่ทั้งหมดที่ทั้งแม่และน้าได้ทำไปเพื่อที่จะให้ “แฮวอน” ไม่เจ็บปวดและสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ บวกกับความเย็นชาของแม่ ทำให้เธอกลับโซลเพื่อใช้ชีวิตอย่างที่เคยเป็น

ส่งผลให้ความสัมพันธ์ของเธอและ “อึนซอบ” ต้องจางหายไปด้วย หลังจากที่เธอได้ไปใช้ชีวิตอยู่ที่โซล พยายามที่จะลืม “อึนซอบ” เหมือนกับ “อึนซอบ” ที่ยังคิดถึง “แฮวอน” ตลอดมาและหวังให้เธอมีชีวิตที่สบายดี มีแต่ความสุข

ต่อมา “ชิมมยองยอ” น้าสาวได้ตัดสินใจแยกตัวออกไปในที่ไกลแสนไกล เพื่อความสบายใจของตัวเองและครอบครัว เช่นเดียวกับแม่ของ “แฮวอน” อย่าง “ชิมมยองจู” ได้ย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านเกิดพร้อมกับเริ่มเขียนจดหมายเล่าความรู้สึกของเธอที่มีต่อ “แฮวอน”

เพื่อเติมเต็มความรู้สึกที่ขาดหายไปในช่วงเวลาที่ผ่านมา และลบล้างสิ่งที่เธอคิดว่าแม่ไม่รัก แต่ความเป็นจริงแล้ว “ชิมมยองจู” เป็นคนที่แสดงความรู้สึกออกมาไม่เก่งแต่ยังมีความรู้สึกที่เป็นห่วง “แฮวอน” มาโดยตลอด เข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ “แฮวอน” ตัดสินใจกลับมาบ้านเกิดอีกครั้ง

และได้พบกับ “อึนซอบ” ความรู้สึกที่คิดอยากจะลืมเขาออกจากหัวใจ ดูเหมือนว่าจะต้องยอมแพ้หัวใจตัวเอง วินาทีที่ “แฮวอน” เข้าสวมกอดอีกฝ่ายก็ทำให้ความรู้สึกที่เย็นชาในหัวใจของ “อึนซอบ” กลับมาอบอุ่นอีกครั้ง และความรู้สึกและเรื่องราวทั้งหมดของ “อึนซอบ” ที่มีต่อ “แฮวอน” ในบล็อกส่วนตัวของเขาก็ได้ตีพิมพ์สู่สาธารณะได้รับรู้

การดำเนินเรื่อง

สำหรับเรื่องนี้ดำเนินเรื่องไปอย่างง่ายๆ ไม่ได้หวือหวา แต่ในทุกๆ ตอนมีบทกวีสะท้อนความคิดจากชมรมคนรักหนังสือที่แต่ละคนได้มาแลกเปลี่ยนกัน เราว่ามันเป็นเสน่ห์ของเรื่องเลยนะเหมือนได้เรียนรู้ความคิดของแต่ละวัย มันดีมากๆ เลย

และอีกหนึ่งสีสันของเรื่องคือบท “อีจางอู” รับบทโดย “อีแจอุค” ข้าราชการหนุ่มอดีตนักเรียนระดับท็อปและเพื่อนสนิทของ “อึนซอบ” เป็นตัวสีสันที่สร้างรอยยิ้มให้กับผู้ชมในทุกๆ ตอนเลยจริงๆ ความสัมพันธ์ของตัวพระนางที่เพิ่มความลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ

ต้องยอมรับให้การถ่ายทอดอารมณ์ของ “พัคมินยอง” และ “ซอคังจุน” ออกมาได้อย่างดีจริงๆ

เหตุผลที่ต้องดูเรื่องนี้

ซีรีส์หนังใหม่ชนโรงที่ผิวเผินหลายคนอาจจะคิดว่ามีแต่ความสวีตหวานแหววโรแมนติกเหลือเกิน แต่ขอแอบกระซิบ 3 เหตุผลที่จะบอกว่าซีรีส์เรื่องนี้มีดีมากกว่าแค่ความโรแมนติกแน่นอน มีอะไรกันบ้าง มาลองติดตามกัน

รีวิว When the Weather Is Fineรีวิว When the Weather Is Fine
ความเรียบง่ายของนอกเมืองใหญ่แต่อบอุ่นใจยิ่งกว่าที่อื่นเป็นไหน ๆ

หากความวุ่นวายในเมืองใหญ่มันมาเร่งรัดการใช้ชีวิตของแต่ละคนมากเกินความจำเป็น ถึงแม้จะทันสมัยและเจริญมากกว่านอกเมือง แต่ก็ไม่สามารถทำให้ผู้คนมีความสุขได้อย่างแท้จริง การได้เห็นภาพวิวสวย ๆ ในนอกเมือง

และหลายฉากที่สะท้อนวิถีชีวิตของชาวบ้านใน หมู่บ้านบุคฮยอน ต้องขอยอมรับในการถ่ายภาพสวยงามและฉากอันละมุนหัวใจที่มีมากมายเกินกว่าจะจดจำได้หมด แต่ทำให้ผู้ชมได้รับรู้ถึงความรู้สึกของคำว่า การใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย ได้อย่างแท้จริง

จุดที่ชอบ

ความดีความชอบขอยกให้คู่พระนาง ซอคังจุน – พัคมินยอง แบบเต็ม ๆ จากประสบการณ์การแสดงที่เรียกได้ว่ามืออาชีพได้เต็มปากแล้ว และรวมถึงการนำเสนอในแง่มุมที่โดนใจผู้ชมเข้าอย่างจังในหลายอารมณ์ความรู้สึก

เมื่อความมืออาชีพผสมผสานเข้ากับเรื่องราวที่โรแมนติกมาแต่เดิมอยู่แล้ว แน่นอนว่าผลลัพธ์คือกระแสปากต่อปากและกระแสความจิ้นคู่นี้ที่เกิดขึ้นในวงกว้างบนโลกออนไลน์จากแฟนคลับในหลายประเทศ

จริง ๆ ยังมีอีกหลากข้อดียิบย่อยเยอะแยะมากมายที่บ่งบอกความน่ารักของซีรีส์เรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น อีแจอุค ที่มาแสดงบท อีจางอู ข้าราชการหนุ่มอดีตนักเรียนระดับท็อปและเพื่อนสนิทของอึนซอบ ซึ่งเป็นนักแสดงที่ทำได้ดีมาในทุกโปรเจกต์ นอกจากนั้นทีมนักแสดงในซีรีส์เรื่องนี้ต่างทำผลงานออกมาได้ดีเช่นเดียวกัน

ซึ่งการจะทำซีรีส์ให้สนุกไม่ได้มาจากเพียงแค่การแสดงที่ดี แน่นอนว่าทีมงานจะต้องมีความละเอียดอ่อนในการถ่ายทอดเรื่องราว ถ้าหากจะให้มานั่งเล่ากันทุกตอนทุกฉาก

เห็นทีว่าจะไม่สนุกเท่ากับการไปติดตามเรื่องราวความรักของพวกเขาด้วยตัวเอง ที่เราจะได้รับการปลอบประโลมหัวใจ และได้ซึมซับบรรยากาศ Mood&Tone ที่สวยงามไปในคราวเดียวกัน  ufa

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *