รีวิวซีรีส์แนวดราม่า Carnival Row คาร์นิวัล โรว์ ฆาตกรรมเมืองมรณะ

Carnival Row

Carnival Row คาร์นิวัลโรว์ ซีรีส์แนวดราม่าแฟนตาซีสืบสวน ดัดแปลงจากบทภาพยนตร์ที่ไม่ได้ใช้อย่าง A Killing on Carnival Row ฆาตกรรมเมืองมรณะ ซึ่งเป็นบทที่ทางผู้สร้าง ทราวิส บีชาม ได้เขียนไว้ ก่อนจะนำมาดัดแปลงเป็นซีรีส์ยาวแปดตอนร่วมกับ เรอเน เอเชวาร์เรีย นำแสดงโดย ออร์แลนโด บลูม, คาร่า เดเลวีน, ไซมอน แมคเบอร์นีย์, แทมซิน เมอร์ชานต์, เดวิด จีอาซี่ สร้างโดย Legendary Television ออกฉายทางสตรีมมิ่ง อะเมซอน ไพรม์ ตั้งแต่เดือนสิงหาคมปี 2019 แต่กว่าผมจะได้มาเปิดดูก็ตอนที่มีข่าวว่าจะมีซีซั่น 2 ผมเลยต้องมาดูสักหน่อยว่ามีดีอย่างไร เรียกได้ว่าเป็นเรื่องที่นอกสายตามาก แม้กระแสตอนออกมาใหม่ ๆ จะไปในแง่ดี

แต่ด้วยความที่ช่วงนั้น ผมไม่รู้จักเลย ไม่ได้หาซีรีส์อะไรดูด้วย เลยพลาดไป แต่นี่เป็นโอกาสที่ดีที่เราจะมาทำความรู้จักกับซีรีส์ฟอร์มยักษ์ที่เปี่ยมไปด้วยงานสร้างเหนือจริง และมากด้วยนักแสดงมากฝีมืออย่างคับคั่ง พล็อตที่เปิดตัวด้วยความรักและฆาตกรรม ผสมผสานกับเรื่องเทพนิยายและโลกในแบบสตรีมพังก์ยุควิคตอเรียศตวรรษที่ 17 มันจะทำให้โลกภายในเรื่องน่าสนใจหรือไม่ และอะไรที่ทำให้มันดีจนสามารถได้ไปต่อในซีซั่นหน้าด้วย

 

“ว่าด้วยโลกในศตวรรษที่ 17 เหตุการณ์ 7 ปีหลังจากสงครามระหว่างมนุษย์กับชาวแพ็คได้กวาดล้างเหล่าเฟที่เคยอาศัยบนแผ่นดินเทอร์นาน็อกเดิมไปจนเกือบหมดสิ้น ไรครอฟต์ ฟิโลสเตรต ตำรวจสืบสวนผู้เคยผ่านสมรภูมิรบ เป็นเพียงคนเดียวที่เต็มใจจะหยุดการฆาตกรรมและรักษาความสงบสุขที่แสนเปราะบางในเบิร์ก เมืองมนุษย์ที่ ๆ เต็มไปด้วยการแบ่งชนชั้นทางสังคม

แต่เมื่อวินเยตต์ สโตนมอสส์ เฟสาวที่หลบหนีและได้พบกับความสูญเสียต้องหาทางที่จะเอาตัวรอด วินเยตต์ยังต้องเข้าไปพัวพันกับบางสิ่งที่น่าสะพรึง ท่ามกลางสังคมที่ต้องการหน้าตาและเงินตราของเออร์ซ่าและอิโมเจน สเปิร์นโรส กับพัคผู้สุภาพอย่างเออร์กัส การเมืองที่แก่งแย่งชิงดี ชิงเด่นของครอบครัวผู้นำเมืองอย่าง แอบซาลอม กับภรรยาและลูกชาย พอร์เตียกับโจนาห์ เบรกสเปียร์กับคู่ค้านอย่าง ริทเตอร์ กับโซฟี ลองเกอร์เบน ความใคร่และความเสน่หาในคาร์นิวัล โรว์ของเหล่าเฟกับมนุษย์ที่ต้องการความสุข ความเป็นอยู่ของชาวพัคและชาวโทรลที่ยากจนและโกรธแค้น และเงามืดที่แอบซ่อนใต้เมือง ท่ามกลางความสับสนและวกวนของเมืองเบิร์ก จะดึงทุกคนในเมืองเข้าสู่ชะตากรรมและอนาคตที่ไม่อาจคาดการณ์”

 

แม้หน้าหนังจะดูเป็นซีรีส์รักต่างเผ่าพันธุ์แบบที่ซีรีส์แฟนตาซีเป็นกัน แต่จริง ๆ มันคือซีรีส์แนวการเมืองสังคมที่ฉาบด้วยการสืบสวนผสมกับส่วนผสมแบบเทพนิยายที่หมองหม่นและไม่ได้สวยงาม มันเต็มไปด้วยการกดขี่ของชาติพันธุ์ที่ต่างกัน โดยใช้ตัวกลางเป็นตัวเองชายและหญิงเป็นตัวสะท้อนภาพเหล่านั้น ให้คิดคงเป็นการจำลองสังคมทุนนิยมอเมริกาในปัจจุบันที่มีการเหยียดผิว เหยียดผู้ที่อพยพเข้ามาในประเทศโดยใช้สิ่งมีชีวิตที่เหนือธรรมชาติแทนภาพของคนนอกที่ผิดกฏหมายและไม่ได้ยอมรับจากคนชนชั้นที่สูงกว่าหรือเป็นผู้ชนะสงคราม และกลายสภาพเป็นแรงงานหรือไม่ก็กลายเป็นโสเภณีทำงานภายในซ่องให้มนุษย์ใช้ระบายความใคร่และเหยียดหยามไปมา

ส่วนสิ่งที่หลงเหลือของผู้แพ้คือการกลายสภาพเป็นนิทรรศการให้คนชนชั้นสูงได้มาเชยชม ราวกับมันไม่มีค่าอะไร คนชนชั้นสูงที่คิดว่าการช่วยเหลือผู้อพยพเป็นเหมือนพระมาโปรดและไม่จำเป็นต้องใส่ใจไยดีอะไรอีก

โดยมีความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่างความรักและผลประโยชน์ ความใคร่และความเกลียดชัง ฆาตกรรมและแรงจูงใจ ที่แม้ว่าซีรีส์จะให้ตัวละครอย่างวินเยตต์ กับ ไฟโลเป็นตัวนำ แต่ก็เล่าสภาพแวดล้อม มุมมองของตัวละครอื่น ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในทางคดีหรือทางเรื่องราว ทำให้มันเป็นซีรีส์แนวสืบสวนที่มีการปูบทพอสมควร จำได้ว่ากว่าเรื่องจะติด ต้องใช้เวลา 3 ตอนเลยทีเดียว ถ้าใครเบื่อ ๆ ก็ไม่ต้องแปลกใจ เพราะมันจะค่อย ๆ สร้างโลกที่น่าเชื่อถือและเป็นไปได้ เช่นเดียวกับ ฉากเซ็กส์ระดับ 20+ ที่เห็นหมดในแทบทุกตอนที่มี ฉากฆาตกรรมหรือควักเครื่องในแต่ละตอนที่โหดระดับ 18+ ที่ดูแล้วคงกระอักกระอ่วนแน่ ๆ

 

ตัวละครในเรื่องถูกแบ่งออกเป็นสามเส้นเรื่อง ได้แก่ ชนชั้นเฟ ชนชั้นสูง และชนชั้นปกครองที่ต่างมีเรื่องราวและปมปัญหาเป็นของตัวเอง ซึ่งบางครั้งมันก็โดดเด่นจนแย่งซีนเส้นเรื่องอื่น ๆ และแทบจะไม่ได้เกี่ยวข้องกันโดยตรงมากนัก แค่มันอยู่บนพื้นที่เดียวกันแต่ต่างมุมมอง ดังนั้นพวกเขาจะมีมุมมองของตัวเองต่างกันเมื่อมองไปที่อีกชนชั้นหนึ่ง ตามสิ่งที่พวกเขาเป็นและอาจจะเปลี่ยนแปลงได้ตามความต้องการการยอมรับ ความทะเยอทะยานที่จะเป็นใหญ่ในสังคม ถูกนำเสนอออกมาอย่างมีมิติและไม่ได้แบนราบ

เพราะทุกตัวละครไม่ได้ดีหรือร้าย 100 เปอร์เซนต์ แต่ให้เรียกว่ามีเป้าหมายเป็นของตัวเอง ในขณะเดียวกันก็จะมีการค่อย ๆ สอดความโรแมนติกต่างชนชั้นเข้ามาให้เห็นพัฒนาการของตัวละครในเรื่องไปพร้อม ๆ จนจบเรื่องอีก ชนชั้นการเมืองก็จะมีเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อน การหักหลังทรยศ การเดินหน้าสู่ความยิ่งใหญ่ ตัวละครต่างมีบุคลิกลักษณะแตกต่างและโดดเด่น มีเส้นเรื่องเป็นของตัวเอง นอกเหนือจากเส้นเรื่องหลัก ช่วยให้โลกในเรื่องยิ่งใหญ่เข้าไปอีก

ในส่วนของชนชั้นเฟก็จะมีความเป็นแฟนตาซีกึ่งสืบสวนที่เชื่อมโยงกันผ่านคดีฆาตกรรม เรียกได้ว่าดูซีรีส์เรื่องนี้ ได้ดูหลายแนว โรแมนติก ดราม่า การเมือง ระทึกขวัญ แฟนตาซี และกลายเป็นเรื่องเดียวกัน ถ้าให้ผมเล่ามากกว่านี้มันก็จะเสียอรรถรสเพราะงั้นอยากให้ไปดูด้วยตาของตัวเอง

 

 

ufa

You might also like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *