รีวิวซีรีส์ A Series Of Unfortunate Events SS2 ของ พี่น้องตระกูลโบเดอแลร์

A Series of Unfortunate Events

รีวิว A Series Of Unfortunate Events SS2 สำหรับธีมหลักของซีซันนี้คงหนีไม่พ้นการพูดถึงมุมมองของเด็กที่มีต่อผู้ใหญ่ในฐานะผู้ปกครองที่มักจำกัดสิทธิในการแสดงออกของเด็กๆ ทั้ง ผ.อ.โรงเรียนออสแตร์ในสองตอนแรก ไปจนถึงสภาผู้อาวุโสในเมือง VFD ที่ปกครองระบอบเผด็จการและออกกฎที่ไม่สนใจความต้องการของเยาวชนเลยสักนิด และด้วยเนื้อหาส่วนนี้เลยทำให้ซีซันนี้มีเนื้อหาสาระที่ชวนถกเถียงกันต่อถึงระบบการศึกษาและสังคมที่แวดล้อมเยาวชนอยู่อย่างน่าคิด

เรื่องย่อ

พี่น้องตระกูลโบเดอแลร์ ยังคงต้องผจญกับสารพัดภัยจากแผนการร้ายของ เคานต์โอลาฟ (นีล แพตทริค แฮริส) อย่างไม่หยุดหย่อน เริ่มตั้งแต่แผนการกำจัดพวกเขาตั้งแต่โรงเรียนประจำสุดประหลาดไปจนถึงคณะละครสัตว์สุดเพี้ยน งานนี้ ไวโอเลต (มาลีนา ไวส์แมน) พี่สาวนักประดิษฐ์ เคลาส์ (หลุยส์ ไฮนส์) น้องชายจอมถอดรหัส และ ซันนี (เพรสลี สมิธ) ทารกฟันมหากาฬ จำต้องร่วมมือกันเอาตัวรอดจากแผนฮุบสมบัติของ เคานต์โอลาฟให้จงได้

 

สำหรับ ซีซันที่ 2 ของ A Series of Unfortunate Events ก็ดำเนินเรื่องต่อจากตอนจบของซีซันแรก โดยดัดแปลงเนื้อหาจากหนังสือ 5 เล่มต่อมาได้แก่ The Austere Academy The Ersatz Elevator The Vile Village The Hostile Hospital และ Carnivorous Carnival และยังคุมงานสร้างโดย แบรี ซอนเนนฟิลด์ เช่นเดิม

ดังนั้นรสชาติที่เราคุ้นเคยตั้งแต่ซีซันแรกทั้งอารมณ์ตลกร้าย ความตื่นเต้นจากสถานการณ์เลวร้ายที่เหล่าพี่น้องโบเดอแลร์ต้องเผชิญยังอยู่ครบถ้วน รวมถึงทีมนักแสดงเดิมที่เราต่างติดใจจากซีซันแรกก็ตบท้ายกลับมาสานต่อเรื่องราวได้อย่างสนุกสนานมากเลยทีเดียว

ทั้ง นีล แพตทริก แฮริส ที่ยังคงความร้ายกาจแฝงอารมณ์ตลกร้ายได้อย่างแม่นยำ มาลีนา ไวส์แมน ก็เปล่งประกายสดใสในบทไวโอเลต สาวนักประดิษฐ์หัวกะทิ หลุยส์ ไฮนส์ ก็กลับมาให้บรรดาแม่ยกเกาะจอรอลุ้นกับการถอดรหัสของหนุ่มแว่นหน้ามนสุดหล่อ

รวมถึง เพรสลี สมิธ ที่แม้จะยังอ้อแอ้แต่ความน่ารักอยู่ในระดับทำลายล้างและสร้างความสนุกแบบเบิ้ลสามให้ทุกสถานการณ์ให้เราทั้งหัวเราะ และลุ้นจนเหนื่อยเลยทีเดียว

ในซีซั่นนี้

สำหรับธีมหลักของซีซันนี้คงหนีไม่พ้นการพูดถึงมุมมองของเด็กที่มีต่อผู้ใหญ่ในฐานะผู้ปกครองที่มักจำกัดสิทธิในการแสดงออกของเด็กๆ ทั้ง ผ.อ.โรงเรียนออสแตร์ในสองตอนแรก ไปจนถึงสภาผู้อาวุโสในเมือง VFD ที่ปกครองระบอบเผด็จการและออกกฎที่ไม่สนใจความต้องการของเยาวชนเลยสักนิด

และด้วยเนื้อหาส่วนนี้เลยทำให้ ซีซันนี้มีเนื้อหาสาระที่ชวนถกเถียงกันต่อถึงระบบการศึกษาและสังคมที่แวดล้อมเยาวชนอยู่อย่างน่าคิด และชวนให้เราสำรวจตัวเองว่าเราได้สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้และเสรีภาพในการแสดงออกให้แก่เยาวชนอย่างเพียงพอแล้วหรือยัง

เนื้อเรื่อง

นส่วนของซีซันนี้ ก็ยังคงการเล่าถึงเรื่องราวความโชคร้ายของ สามพี่น้องตระกูลโบดแลร์ที่ยังอบอวลไปด้วยความตลกร้าย แถมสนุกขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า หลังจากดูหนังฟรีซีซันแรกที่สามพี่น้องได้สูญเสียพ่อแม่ไป จากเหตุการณ์ไฟไหม้

โดยพ่อแม่ของพวกเขาได้ทิ้งสมบัติมหาศาลเอาไว้ให้ และต้องย้ายไปอยู่กับผู้ปกครองคนแล้วคนเล่า เพื่อหนีจากเคาท์โอลาฟ ที่หวังจะครอบครองสมบัติของพวกเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย ทำให้ในท้ายที่สุด นายธนาคารจึงตัดสินใจนำพวกเขาไปอยู่ที่โรงเรียนประจำ

สำหรับซีซันนี้ ยังคงสานต่อด้วยเรื่องราวของสามพี่น้องตระกูลโบดแลร์ที่ยังต้องหนีหาวิธีเอาตัวรอด จากแผนการชั่วร้ายของ เคาท์โอลาฟ เหมือนเดิม เพิ่มเติม คือ ตัวละครใหม่ ๆ มากมาย ซึ่งทำให้ซีซั่นนี้มีรสชาติเพิ่มขึ้น แต่รสชาติจากซีซันแรกที่มีทั้งความตื่นเต้น ตลกร้าย วิธีการเอาตัวรอดของเหล่าพี่น้องโบดแลร์ก็ยังมีให้ได้รสอยู่ครบถ้วนเลย

โดยในซีซั่นนี้ จะเปิดเรื่องด้วยโรงเรียนเตรียมพรูฟรอค เป็นโรงเรียนประจำที่ให้ความรู้สึกเป็นโรงเรียนแปลก ๆ และลึกลับ กับการพบเจอตัวละครใหม่ ๆ และที่สำคัญทำให้พวกเขาได้เจอกับ อิซาดอรา และ ดันแคน ที่สูญเสียพ่อแม่เช่นเดียวกัน

ทำให้มีเรื่องราวบางอย่างเข้ามาเกี่ยวพันกับสามพี่น้องโบดแลร์ และเหมือนพวกเขาได้ใกล้เข้าสู่ความจริงบางอย่างของพ่อกับแม่มากขึ้น และมีปริศนามากมายให้เราได้ลุ้นและตื่นเต้นไปกับเด็ก ๆ อีกเช่นเคยในซีซันนี้

ตัวละคร

ในส่วนของตัวละคร ยังคงสวมบทบาทได้เป็นอย่างดี ทั้งไวโอเลต (มาลีนา ไวส์แมน) ที่ยังคงเห็นความเป็นสาวนักประดิษฐ์ เคลาส์ (หลุยส์ ไฮนส์) ก็ยังคงเป็นหนอนหนังสือกับอัจฉริยะในเรื่องการถอดรหัส และน้องเล็กอย่างซันนี (เพรสลี สมิธ) ก็ยังคงความน่ารักกับฟันที่แข็งแรงขุดเจาะได้ทุกสิ่ง

รวมทั้ง เคาท์โอลาฟ (นีล แพตทริก แฮริส) ที่เรายังคงได้เห็นถึงการสวมบทบาทปลอมตัวที่ยังคงความเป็นวายร้ายที่ตลกและผสมกับความแฟนตาซี กับเหล่าลูกน้องจอมเพี้ยนของเคาท์ โอลาฟซึ่งสามารถเรียกสีสันให้กับเรื่องอยู่เสมอ

แถมเรื่องราวต่าง ๆ ก็ยังให้เราได้เห็นถึงการผจญภัยของสามพี่น้อง และการต้องหนีเอาตัวรอดจากเคาท์โอลาฟ ทั้งสถานที่และผู้คนมากมายที่มาเพิ่มรสชาติให้กับเรื่องหนังออนไลน์ ในส่วนของงานโปรดักชั่นก็ยังคงทำออกมาได้ดีตามสไตล์หนังตลกร้ายแฟนตาซี

ทั้งคฤหาสน์ตระการตาที่ซ่อนความแปลกไว้ ทั้งเมืองแห่งอีกาที่มีบรรดาผู้เฒ่าคอยปกครอง ทั้งโรงพยาบาลเพี้ยน ๆ และโรงละครสัตว์ที่ทำให้พวกเขาได้ใกล้ถึงความจริงบางอย่างมากขึ้น ๆ เรื่องราวจะชวนให้ลุ้นและติดตามกับการไขปริศนาความจริง ที่ทำให้เราได้เห็นถึงรายละเอียดที่นำมาเล่นให้เราได้เห็นแบบเก็บครบทีเดียว

ด้านคุณภาพ

และในซีซันนี้ งานสร้างของโบ เวลช์ ก็ยิ่งอลังการงานสร้างมากขึ้น ทั้งโรงเรียนออสแตร์ที่ให้ความรู้สึกลึกลับแบบโรงเรียนประจำ ความพิสดารของบรรดาคฤหาสน์ หรือร้านอาหารเพี้ยนๆที่เราไม่มีวันได้เจอในโลกความจริงแน่ๆ

เมืองแห่งอีกาที่มีบรรดาผู้เฒ่าคร่ำครึอนุรักษ์นิยม รวมถึง โรงพยาบาล และ คณะละครสัตว์ ที่ออกแบบงานสร้างออกมาในสไตล์โกธิค ดูลึกลับมืดทึมแต่เล่นสนุกกับรายละเอียดได้แบบครบทุกเม็ดจริงๆ เรียกได้ว่าดูงานสร้างก็คุ้มค่าการรอคอยมาปีนึงแล้วล่ะ

สรุป

ยังคงความสนุกในการเล่าเรื่อง การแสดงที่ใช่ และเนื้อหาชวนคิดจากบทประพันธ์ออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นเคย แน่นอนล่ะว่าพอจบซีซันนี้แล้วหลายคนก็คงต้องรอดูต่อในซีซันสามแน่นอน ซึ่งก็คงต้องรอลุ้นผลตอบรับจากซีซันสองนี้ว่า เหล่าพี่น้องโบเดอแลร์จะได้ไปต่อในซีซันสามหรือไม่

 

ufa  

 

 

You might also like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *