รีวิวภาพยนตร์สยองขวัญ The Babadook – บาบาดุค ปลุกปีศาจ

เรื่องย่อหนัง ภาพยนตร์สยองขวัญ The Babadook – บาบาดุค ปลุกปีศาจ  ที่กำลังสร้างเสียงฮือฮาปากต่อปากกระหึ่มอเมริกาตอนนี้ เมื่อนิทาน..ไม่ได้เป็นเพียงแค่นิทาน.. เมื่อจินตนาการ..กลับกลายเป็นเรื่องจริง! ภาพยนตร์ขนหัวลุกเรื่องใหม่ล่าสุด ที่ได้รับการกล่าวขานถึงว่าน่ากลัวกว่า The Conjuring และหลอนยิ่งกว่า Insidious

รีวิวภาพยนตร์สยองขวัญ The Babadook - บาบาดุค ปลุกปีศาจ

6 ปีภายหลังจากการเสียชีวิตของสามี ทำให้เอมิเลีย (เอสซี่ เดวิส) ต้องเลี้ยงดูซามูเอล (โนอา ไวส์แมน) ลูกชายวัย 6 ปีของเธอเพียงลำพังอย่างยากลำบาก ทุกคืนเด็กชายมักจะถูกหลอกหลอนด้วยปีศาจในฝันร้ายที่เขาเชื่อว่าตั้งใจจะทำร้ายและมุ่งเอาชีวิตของตัวเองและแม่ วันหนี่งหลังจากได้อ่านนิทานก่อนนอนที่มีชื่อว่า ‘The Babadook’ ซามูเอลก็มั่นว่าใจสิ่งมีชีวิตที่แสนน่ากลัวในเนื้อเรื่องคือปีศาจที่เขาฝันถึงทุกคืน.. จากเรื่องไร้สาระที่ดูเหมือนจะเป็นแค่จินตนาการของเด็กชายตัวน้อย กลับกลายเป็นประสบการณ์หลอนคาบ้าน เมื่อ 2 แม่ลูกพบว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในบ้านหลังนี้ตามลำพังอีกต่อไป!

วิจารณ์ “บาบาดุค ปลุกปีศาจ หนังผีที่เน้นขายเนื้อเรื่อง มากกว่าความน่ากลัว”
…หลังจากได้เข้าไปจองบัตรในโรงภาพยนตร์ รอบ 19:30 น. แต่ช่วงไปจองหนัง เราได้ไปจองบัตรกันช่วง 19:00 น. (ยังเหลือเวลาอีกเยอะ) เลยเดินไปเเวะเข้า B2S เเล้วไปหยิบนิตยสารภาพยนตร์เล่มนึงมาอ่านดู ซึ่งในนิตยสารนั้นมีข้อมูลเกี่ยวกับบาบาดุคอยู่ ผมเลยอ่านฆ่าเวลา แล้วก็พบจุดประสงค์ที่เเท้จริงของภาพยนตร์เรื่องนี้ ..เจนนิเฟอร์ เค็นท์ ผู้กำกับภาพยนตร์ผีระดับมาสเตอร์พีคเรื่องได้กล่าวไว้ว่า “สิ่งที่หนังเรื่องนี้เล่า ไม่ใช่ส่วนของความน่ากลัว แต่เป็นการเล่าถึงความเป็นเเม่ลูก ที่ต้องเผชิญหน้ากับวิกฤตที่มืดเเปดด้าน ไม่มีทางหลีกเลี่ยง หลบหนีได้ โดยหนังจะโฟกัสไปที่ตัวละครเเม่ว่า จะมีวิธีการปกป้องลูกเช่นไร ซึ่งวิธีการต่างๆของผู้เป็นแม่ อาจเปลี่ยนให้เธอเป็นแม่ที่ดี หรือ เเม่ที่เลวร้ายขึ้น ก็ได้” ..ซึ่งคำพูดนี้ ทำให้ภาพหนังบาบาดุคในหัวผมจากที่คิดเเต่ว่ามีฉากผีหลอนๆเยอะ กลายเป็นภาพเเม่ลูกที่พยายามหาทางเอาตัวรอดจากสถานการณ์ที่ไร้วิธีโต้กลับอย่างกดดัน ..และ ผมก็สินใจว่าจะคิดตามความคิดใหม่นี้ เเล้วเข้าไปดูหนังโดยไม่คิดว่าจะน่ากลัวมาก เเต่มันเป็นหนังดราม่าดีๆเรื่องนึง
เริ่มวิจารณ์..
…หนังเรื่องนี้เล่าถึงเเม่ลูกคู่นึง ที่ผู้เป็นลูกและแม่ดูมีอาการทางจิต และลูกก็ถูกคนรอบข้างมองว่า ประหลาด และ อันตราย ทำให้ผู้เป็นเเม่ต้องคอยดูเเลลูกอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา(อย่างอดทน) ลูกของเธอมักฝันร้ายทุกคืน ผู้เป็นแม่จึงกล่อมลูกนอนทุกคืน ด้วยการอ่านนิทานก่อนนอนให้ฟัง เมื่อคืนนึงเธอให้ลูกเป็นคนเลือกนิทานเอง ลูกก็ได้หยิบหนังสือเล่มนึงที่ชื่อว่า “มิสเตอร์ บาบาดุค” มาให้เเม่อ่าน หลังจากนั้นความหลอนก็เริ่มเกิดขึ้น

…สิ่งที่บาบาดุคทำให้ผมทึ้งได้ คือ “นักแสดง” นักเเสดงของบาบาดุคในหนังเรื่องนี้ เหมือนนักเเสดงที่ได้ “รางวัลออสก้าสาขานักเเสดงยอดเยี่ยม” จริงๆ โดยเฉพาะนักเเสดงเด็กที่เล่นเป็น “ซามูเอล” เด็กคนนี้เล่นบทเด็กของหนังได้อย่าง “น่ารำคาญ”(นี้คำชมนะครับ ไม่ได้ด่า) จนทำให้เรารู้ว่าผู้เป็นแม่ของหนังนี้ต้องมีความอดทนมากๆในบทของเธอ เพราะ เด็กคนนี้มันน่ารำคาญจริงๆ..ทางด้านผู้เเม่ก็เเสดงได้ดีเยี่ยมเช่นกัน เเสดงได้ลึกลับ อ่อนโยน ก้าวร้าว เเละ หวาดกลัว ได้อย่างลงรอยตามอารมณ์ของหนัง
..ทางด้านเนื้อเรื่องก็มีจุดเด่นที่เเปลกใหม่

ตัวหนังมีลักษณะคล้ายคลึงกับ “28 Day Later”ตรงที่ว่าใช้จุดประสงค์ของหนังเป็นตัวปูพรมเรื่อง แต่ใช้อารมณ์ของหนังเป็นตัวตกเเต่งพรมนั้นให้น่าดูเพิ่มขึ้นอีก(ในความคิดผมนะ) จุดประสงค์ของหนังที่แท้จริง ก็คือ “การบอกเล่าชีวิตของเเม่ลูกคู่นึงที่ต้องใช้ชีวิตอย่างอดทน เพราะ แม่และลูก มีความรักกันเเละกันที่ไม่เท่าเทียมกัน” (ลูกรักแม่ แต่เเม่กลับรำคาญลูก และ มองว่าลูกเพี้ยน ก้าวร้าว) เเละใช้อารมณ์ของหนังนั่นคือ “มิสเตอร์ บาบาดุค” เป็นตัวตกเเต่งเรื่องให้น่าดู.. เนื้อเรื่องของหนังคล้ายหนังเเนวจิตวิทยา ที่เล่นกับอารมณ์ของตัวละครเเม่เเละลูกคู่นี้ ในหลายๆอารมณ์ จนอารมณ์ในหนังเรื่องนี้ กลายเป็นอารมณ์แปรปรวน ที่เปลี่ยนผันตลอดเวลา จนเราไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อๆไปได้เลย อีกทั้งหนังยังมีเรื่องราวที่ซับซ้อน แต่มีเหตุมีผลของมันเอง ซึ่งทำให้เรารู้ว่าหนังดูมีปมบางอย่างที่พยายามจะให้ตัวละครเหล่านี้เเกะมันออกให้ได้

จุดเด่นของหนังอีกจุดที่ผมเห็น นั่นคือ “หนังสือ มิสเตอร์ บาบาดุค” ที่ถือว่าเป็นการเรียกน้ำย่อยการเริ่มต้นความหลอนได้ดีจริงๆ [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ ซึ่งจุดนี้ผมขอชื่นชม ที่ผู้กำกับเรื่องนี้เลือกใช้ หนังสือป็อบ-อัพเป็นตัวเรียกน้ำย่อยความหลอนที่ผมว่ามันเเปลก และดีที่สุดเเล้ว

..ฉากต่างๆภายในตัวบ้านก็เรียกว่า “หลอน”อยู่เช่นกัน เพราะ พื้นที่ภายในตัวบ้าน มีความมืดอยู่ทุกจุด ต่อให้เช้าสว่างจ้าเเค่ไหน ก็ยังมีจุดๆนึงที่มืดสนิทอยู่เสมอ เสริมด้วยมุมกล้องที่ผมว่ามันดูดีสำหรับหนังเรื่องนี้ ที่มา  

You might also like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *