รีวิวหนังรักโรแมนติก Midnight Sun หลบตะวันฉันรักเธอ 2018

Midnight Sun หลบตะวันฉันรักเธอ

ภาพยนตร์เรื่อง Midnight Sun ดัดแปลงมาจาก ภาพยนตร์ญี่ปุ่นปี 2006 เรื่อง Tayoōno Uta (ภาษาญี่ปุ่น) ซึ่งเป็นแนว รักโรแมนติก เช่นกัน ผลงานของ Norihiro Koizumi ออกฉายในญี่ปุ่นในปี 2006 เขียนโดย Bando Kenji และถ่ายร่วมกับภาพยนตร์โรแมนติกของญี่ปุ่นหลายเรื่องเช่น “My First Love for You”, “Heavenly Forest” และ “Kids” ในฉบับนี้จะกล่าวถึง Katie Price (Bellatron) วัย 17 ปีเด็กสาวที่เป็นโรค เธอไม่สามารถต้านทานแสงแดดได้ ในตอนกลางคืนนี่เป็นครั้งเดียวที่เธอจะออกจากบ้านได้ ดังนั้นเธอจึงต้องนอนหลับในตอนกลางวัน ถึงเวลาออกไปเล่นกีตาร์บนรถไฟใต้ดินก่อนที่จะตื่นขึ้นมาในตอนกลางคืน เมื่อเธอได้พบกับชาร์ลี (แพทริคชวาร์เซเน็กเกอร์) เธอไม่ได้รับแจ้งถึงข้อ จำกัด ของเธอในตอนแรก เพราะเธอกังวลว่าจะทิ้งเขาไป แต่สุดท้ายเมื่อทั้งสองคนไปเดทกันในคืนหนึ่ง ทุกอย่างดูเหมือนจะดำเนินไปได้ด้วยดี

จนกระทั่งเธอรีบวิ่งกลับบ้านให้ทันเท่าที่จะทำได้ก่อนพระอาทิตย์จะขึ้น ชาร์ลีเต็มไปด้วยคำถามมากมาย แต่เคทียังคงกลัวที่จะบอกเขาถึงความลับของเธอ

 

รีวิว

ถ้าพูดถึงตัวอย่างหนังนั้นหลายคนอาจดูแล้วพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าหนังเรื่องนี้คงดำเนินตามสูตรหนังรักวัยรุ่นทั่วไป โดยมีสูตรสำเร็จของหนังวัยรุ่นเดิมๆอย่างเห็นได้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวความรักของสองคน ครอบครัว รวมไปถึงเหตการณ์ต่างๆที่น่าจะพอเดาได้จากแต่ละฉาก แต่สิ่งหนึ่งที่รู้สึกชอบมากที่สุดคือ หนังเรื่องนี้ใช้ความ “ธรรมดา” และความ “ธรรมชาติ” มาถ่ายทอดให้เราได้ดูกัน หนังจะไม่ค่อยยืดเยื้อสักเท่าไหร่ แต่ละฉาก สามารถเข้าถึงได้ง่ายมาก และที่สำคัญหนังเรื่องนี้มีเพลงเพราะๆให้ได้ฟังกันอีกด้วยนะ

 

แน่นอนว่าหนังเรื่องนี้อาจเป็นหนังรักทั่วไปที่หลายๆคนเคยๆดูมาไม่ว่าจะกี่เรื่องต่อกี่เรื่อง หากแต่ว่าหนังใส่เรื่องราวของตัวละครฝ่ายนำหญิงเข้าไปคือ เคที่ ที่ต้องเป็นผู้หญิงที่มีความผิดปกติโดยเธอป่วยเป็นโรคที่เธอนั้นไม่สามารถถูกหรือโดนแสงอาทิตย์ได้ ดังนั้นเธอจึงอยู่แต่ในบ้านในตอนกลางวัน และตื่นตอนกลางคืน จึ่งทำให้เธอไม่สามารถมีชีวิตแบบคนปกติได้ ถึงตรงนี้หลายคนอาจคิดขึ้นมาในใจว่า นี่มันก็เป็นอีกสูตรหนึ่งของหนังที่หลายๆคนก็อาจจะเห็นมาหลายต่อหลายเรื่องอีกแหละ เช่น Penelope, Beastly หรือแม้กระทั่ง The Fault in Our Stars ซึ่งถ้าจะพูดแบบนี้มันก็ถูกต้อง

 

แต่หนังเรื่องนี้ค่อนข้างต่างจากหนังเหล่านั้นเล็กน้อย ตรงที่ในหนังนั้นทุกอย่างค่อนข้างจะดูเป็นธรรมชาติ เหมือนกับว่ามันเกิดขึ้นได้กับเราๆ คือรู้สึกเหมือนว่ามันเหมือนเอาชีวิตคนมาให้ดูก็ว่าได้ ไม่มีโอเวอร์ ไม่มีอำอาจวิเศาใดๆ มีแค่ความรู้สึกของพระนางที่เล่นได้เข้ากีนดี และมันคือความรู้สึกอินกับหนังล้วนๆ และที่เห็นเด่นชัดเลย หนังเรื่องนี้ไม่มีอะไรที่เน้นเรื่องความรุนแรงเลยแม้แต่น้อย ถ้าจะพูดตามภาษาของเราๆก็อาจพูดได้ว่าตลอดทั้งเรื่องนั้นเหมือนหนังโลกสวยที่อยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์

 

มันสัมผัสได้ถึงความรักของหลายๆฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายเคทีกับพ่อของเธอเองที่ เหมือนกับว่าเธอโชคดีมากที่มีพ่อที่แสนดีและเข้าใจเธอมาตลอด โดยในเรื่องก็มีฉากฮาๆเรียกเสียงหัวเราะได้อยู่หลายฉากเหมือนกัน เลยทำให้หนังไม่หวานจนเกินไป พ่อของเธอคือคนที่คอยเอาใจใส่เธอทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นครูให้ จะคอยเอาของขวัญมาให้ตอนเรียนจบ หรือแม้กระทั่งคอยดูแลเธอตลอดจนตัวเองที่ (น่าจะเป็นช่างภาพ) ต้องทิ้งทุกอย่างมาดูแลเธอ ซึ่งตรงนี้ก็ชอบมากๆเลย  หลบตะวันฉันรักเธอ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *