รีวิวหนังแอนิเมชั่นที่เข้าชิงตุ๊กตาทอง Song of the Sea : ภาพประกอบที่มีชีวิต

บนเวทีออสการปีล่าสุดที่ผ่านมานี้ Song of the Sea ในบรรดาแอนิเมชั่นที่เข้าชิงตุ๊กตาทอง นอกจากที่คนไทยรู้จักกันดีอย่างหุ่นขาวอวบเบย์แม็กซ์ และไวกิ้งขี่มังกร 2 แล้ว Song of the Sea ที่โดดเด้งด้านสไตล์ภาพงามงด ตั้งแต่ยามแรกรู้จัก ก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อย และเมื่อได้ลองใช้เวลาจนจบก็พบว่า หนังเรื่องนี้ควรค่าอย่างยิ่ง ที่นักเรียนศิลปะ-นักศึกษาภาพยนตร์ ไปจนถึงคุณผู้ชมทุกท่าน สมควรรับชม

ถ่ายทอดเรื่องราว เบน หนุ่มน้อยเซ็งโลก มีหมาอ้วนเป็นเพื่อน อาศัยอยู่กับพ่อที่บ้านประภาคารติดทะเล อีกทั้งยังจำใจต้องดูแล เซียร์ช่า น้องสาวที่ไม่ยอมพูดจา ตั้งแต่วันที่แม่จากไป และทิ้งเปลือกหอยอันเขื่องไว้เป็นของขวัญชิ้นสุดท้ายให้เบน แต่แล้ว เซียร์ช่า ก็ได้ค้นพบมันพร้อมๆกับเสื้อโค้ทขาว ที่เมื่อสวมใส่แล้วจะทำให้เธอกลายร่างเป็น “เซลกี้” ครึ่งคนครึ่งแมวน้ำ และสัมผัสได้ว่าตัวเอง มีความสัมพันธ์ประหลาดบางอย่างกับท้องทะเล และภูติมหัศจรรย์ที่เรียกกันว่าชาวกายสิทธิ์ แต่มีขาวย่อมมีดำ แม่มดร้ายทรงพลัง ก็ปรารถนาในตัวเธอด้วยเหมือนกัน

ว่ากันอย่างคร่าวๆ ก็ไม่แปลกนักหากจะมีกลิ่นอายจินตนาการเพ้อฝัน ท่องโลกเทพนิยายแบบละมุนละไมคล้ายสไตล์การ์ตูนจิบลิ เพราะผู้กำกับ ทอมม์ มัวร์ ได้แรงบันดาลใจมาจาก Spirited Away และ My Neighbor Totoro ผสมผสานกับตำนานดั้งเดิมของชาวไอริช อันนำมาซึ่งสิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่ง กับการเลือกใช้ภาพในลักษณะที่แตกต่างจากแอนิเมชั่นสมัยนิยมทั่วๆไป

ในขณะที่ค่ายยักษ์ใหญ่ต่างแข่งกันสมจริง 3 มิติ และเน้นรายละเอียดของฉากรอบข้าง จนคล้ายหนังคนแสดงเข้าไปทุกวัน หนังมาในทางที่แตกต่าง ด้วยการใช้ภาพ 2 มิติ ผสมผสานแต่งเติมฉากหลังด้วยสีน้ำสุดละมุน ไม่จดจ่อกับความสมจริงจนแข็งเกร็ง เต็มไปด้วยลวดลายพิถีพิถัน ดูคล้ายดังภาพประกอบในหนังสือ The Art of ของบรรดาหนังเรื่องต่างๆ แต่ความพิเศษอยู่ที่ภาพประกอบเหล่านี้ ต่างเคลื่อนไหวได้ไหลลื่น เป็นธรรมชาติ รับใช้แนวคิด รวมไปถึงสร้างบรรยากาศ ได้อย่างมีสไตล์เฉพาะตัวและน่าตราตรึงใจ อ่านต่อ

You might also like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *