รีวิวเรื่องราวช่วง มหาลัย ของวัยรุ่น The Last Summer เดอะ ลาสต์ ซัมเมอร์ (2019)

เล่าชีวิต The Last Summer ช่วง ฤดูร้อน ครั้งสุดท้ายของวัยรุ่นหลายคนก่อนจะเข้า มหาลัย มีทั้งชายหญิงที่กำลังจะหยุดความสัมพันธ์เพราะติด มหาลัย คนละแห่ง ก่อนจะเริ่มต้นใหม่กับใครคนอื่นที่ผ่านเข้ามาพอดี, ชายหนุ่มที่หวังจะกลับไปรักกับหญิงสาวอีกครั้ง หลังแยกทางกันไป, ชายหนุ่มที่หวังฟันสาวๆ ในลิสต์, หญิงสาวที่ต้องรับเลี้ยงดูว่าที่ดาราเด็ก, เด็กหนุ่มผู้เชี่ยวชาญการเล่นสเก็ตบอร์ด และคู่หูสองหนุ่มเนิร์ดที่จับพลัดจับผลูได้แฟนสาวแก่กว่า ฤดูร้อนครั้งสุดท้ายกำลังจะทำให้ชีวิตและมุมมองของพวกเขาเปลี่ยนไป

เนื่องจากว่ามีเรื่องราวของหลายคนมากๆ หนังจึงเปลี่ยนฉากค่อนข้างเร็ว ดูฉากนี้เพลินๆ อ้าวฉากใหม่ของตัวละครใหม่มาแทนแล้ว ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ขัดอารมณ์เรามากนัก เพราะเรื่องราวของแต่ละคนก็น่าติดตามไม่แพ้กัน ช่วงตอนต้นเรื่องจะรู้สึกว่าหนังค่อนข้างดำเนินเรื่องเรียบง่าย เหมือนเล่าชีวิตคนแบบสบายๆ แต่เมื่อผ่านไปสักพักหนึ่ง หนังก็เริ่มโยนปมปัญหาเข้ามา ทำให้เนื้อเรื่องน่าลุ้นยิ่งขึ้นว่าพวกเขาจะสามารถผ่านมันไปได้ไหม

คู่แรกอย่างอเล็ค (Jacob Latimore) และเอริน (Halston Sage) เปิดฉากมาด้วยการหยุดความสัมพันธ์กันในงานปาร์ตี้ เพราะทั้งคู่ไม่อยากคงสถานะคนรักทางไกล พวกเขาสัญญากันว่าจะไม่พูดคุยกัน แค่ส่งข้อความหากันบ้างบางคราก็พอ หลังจากเลิกกันไม่นาน ต่างฝ่ายต่างก็ไปเจอคนใหม่ที่เป๊ะปังกว่า ฝ่ายอเล็คนั้นส้มหล่นได้คบกับสาวฮอตอย่างเพจ (Gage Golightly) ส่วนเอรินเองก็แจ็กพ็อตได้ไปเดตกับนักเบสบอลอย่างริคกี้ (Tyler Posey) ช่วงแรกๆ รักครั้งใหม่ของพวกเขาดูเหมือนจะไปได้ดี แต่แล้วพวกเขาก็ได้ค้นพบว่าสิ่งที่รู้มาตลอดนั้นไม่ใช่เรื่องจริง และสิ่งที่ทุกคนนับถือบูชาอย่างหน้าตาและชื่อเสียงก็ไม่ได้การันตีว่าความสัมพันธ์นี้จะอยู่ยาว สำหรับสตอรี่ไลน์นี้เราประทับใจฉากเจอกันครั้งแรกของเอรินและริคกี้ มาแหวกแนวมากๆ

คู่ที่สามนี้ถือว่ามาแหวกแนว คือคู่หูเด็กเนิร์ดอย่างแชด (Jacob McCarthy) และรีซ (Mario Revolori) ที่ไม่เคยได้ควงสาวที่ไหนเลย แต่เมื่อพวกเขาทำเนียนเป็นเทรดเดอร์ ก็มีสองสาวที่แก่กว่าเข้ามาสุงสิงด้วย นั่นทำให้พวกเขาได้ประสบการณ์ใหม่อย่างที่ไม่เคยได้รับมาก่อน แชดและรีซถือว่าเป็นคาแรคเตอร์ที่เปิ่นๆ และสร้างสีสันให้หนังได้ดี แม้ว่าตัวหนังจะไม่ได้เน้นมากมายก็เถอะ

หนังมีความ coming of age ตรงที่ตัวละครแต่ละคนก็ค่อยๆ เติบโตในช่วงจุดเปลี่ยนผ่านนี้ นอกจากปัญหาเรื่องรักๆ แล้ว ก็ยังมีปัญหาคลาสสิกของวัยรุ่นอื่นๆ อีก เช่น ไปมหา’ลัยไหนดี เลือกเรียนอะไรดี ติดที่นี่แต่ไม่มีตังค์จ่ายค่าเทอม หรือแม้กระทั่งไม่ติดสักที่เลยอย่างออเดรย์ พวกเขาจะตัดสินใจยังไง? จะค้นหาตัวเองเจอไหม? แล้วจะทำยังไงหากไม่มีที่ใดยอมรับการตัดสินใจของพวกเขาเลย อ่านต่อ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *