ศัพท์ SEO

ศัพท์ SEO ที่สำคัญ เข้าใจง่าย ครบถ้วน ไม่ยุ่งยาก

ศัพท์ SEO ที่สำคัญ SEO หรือ Search Engine Optimize น่าจะเป็นคำของธุรกิจ ที่มีเว็บไซต์ เป็นของตัวเอง หรือธุรกิจออนไลน์ เคยได้ยินอยู่บ่อย ๆ ซึ่งเจ้า SEO ที่ว่านี่หาก อธิบายแบบง่าย ๆ ก็คือ การที่ทำให้เว็บไซต์ ของสินค้า หรือเว็บไซต์ของเรานั้น ติดอันดับต้น ๆ ในการค้นหา จากเว็บ Web Search Engine ต่าง ๆ เช่น Google , Bing , Yahoo และอื่น ๆ เป็นต้น

ทั้งนี้ ก็เพื่อให้ผู้ที่ค้นหา Keyword เข้ามานั้น มีโอกาสที่จะเข้ามาเยี่ยมชม เว็บไซต์ของเรา เป็นอันดับแรก ๆ และเพิ่มโอกาส ที่คนเหล่านี้ จะเป็นลูกค้า ได้มากขึ้น ถึงแม้ว่า การทำ SEO อาจจะไม่ใช่เรื่องยากเกินไป ที่จะศึกษาข้อมูล และลงมือทำ ด้วยตัวเอง รับทำ SEO

แต่สำหรับธุรกิจ ที่มีงานรัดตัวอยู่แล้ว ก็ยากที่จะเจียดเวลา มาศึกษาได้ จนต้องหาผู้เชี่ยวชาญ ที่จะมาช่วย ทำให้ส่วนนี้ ผู้ประกอบการ อาจไม่ต้อง รู้ถึงหลักการทำงาน หรือวิธีทำทั้งหมดของ SEO แต่อย่างน้อย ก็น่าจะรู้คำศัพท์ ที่สำคัญ ๆ เกี่ยวข้องกันดูบ้าง

ศัพท์ SEO

เพื่อว่าในการตกลงจ้าง ผู้เชี่ยวชาญ นั้นจะได้มี ความเข้าใจตรงกัน และตัดสินใจ เลือกรูปแบบ ได้อย่างถูกต้อง หากคุณมีความสนใจ ในการทำ SEO หรือต้องการ ให้เว็บไซต์ของคุณ ติดหน้าอันดับดี ๆ

เราขอแนะนำ ให้คุณได้รู้จัก กับคำศัพท์ SEO ที่มือใหม่ควรจะรู้ เพื่อเป็นพื้นฐาน ให้คุณได้เข้าใจ การทำ SEO ที่มากขึ้น ซึ่งทางเราได้คัดคำศัพท์ ที่สำคัญ ๆ ในการทำ SEO มาให้ดังนี้

คำศัพท์ SEO ที่สำคัญ เข้าใจง่าย

ศัพท์ SEO

1. Anchor Text

คำว่า Anchor Text สำหรับวงการ SEO นั้นหมายถึง Link ตัวอักษร ที่สามารถกดคลิก เพื่อไปหน้าถัดไป หรือหน้าที่ต้องการได้ อย่างเช่น ถ้าเราต้องการ Keyword เป็นคำว่า “จองภาพยนตร์” เพื่อ Link กลับไปยังเว็บไซต์ ของโรงภาพยนตร์ ก็จะมี Link ลักษณะนี้ จองภาพยนตร์ ในหน้าเว็บ

ซึ่งคำว่า Anchor Text มักพบบ่อย เพราะว่าในการทำ SEO นั้น การใช้ Keyword ที่ต้องการมาทำเป็น Anchor Text นั้นจะเป็นการช่วย เพิ่มอันดับ ได้เช่นกัน ซึ่งในการเลือกใช้คำ ที่จะมาทำ Anchor Text นั้นก็ควรที่จะมี ความเกี่ยวข้อง กับเว็บไซต์ หรือผลิตภัณฑ์ และไม่ใส่มาก จนเกินพอดี นอกจากนี้ ยังต้องมีการพิจารณา ขนาดและ Font ให้เหมาะสมด้วย

2. Title Tag

Title Tag หรือ Page Title นั้นเป็น Tag อย่างหนึ่งในการทำเว็บ (ใน HTML จะเป็น Tag <Title>) ที่จะแสดงบน Tab ของ Browser หรือเห็นได้จากชื่อต้นในผลการ Search ซึ่งความสำคัญของ Title Tag ที่ว่านี้จะช่วยให้

ทั้ง Search Engine และผู้ใช้อินเตอร์เน็ต นั้นเข้าใจว่า เว็บไซต์ของเรา เกี่ยวข้องกับอะไร ซึ่งการตั้งชื่อ Title Tag โดยส่วนมากนั้น จะเน้นประโยค ที่ค่อนข้างเฉพาะ และมีความเกี่ยวข้อง กับเว็บด้วย เพราะมีผล ต่อการจัดอันดับ เช่นกัน

3. Meta Description

อีกหนึ่ง Tag สำหรับ HTML เช่นเดียวกับ Title Tag ในข้อ 2 แต่ต่างกันตรงที่ Meta Description นั้นจะช่วยอธิบายรายเอียดเพิ่มเติม เกี่ยวกับเว็บไซต์ของเรา ว่าเกี่ยวกับอะไร ซึ่ง Meta Description นี้ไม่มีผลอะไร ต่อการจัดลำดับของ SEO

แต่หากมีการอธิบาย รายละเอียด ของเว็บไซต์ เอาไว้อย่างชัดเจนแล้ว ก็เป็นการเพิ่มอัตรา การเข้าเว็บไซต์ ของผู้ใช้ได้ตรง ตามความต้องการได้ ซึ่งหลักการตั้ง Meta Description นั้นก็ไม่ต่าง ซึ่งก็คือ ตั้งให้ไม่เหมือนใคร มีความเกี่ยวข้อง กับเว็บไซต์ และมั่นใจว่า ประโยคที่ว่าจะทำให้ ลูกค้าเข้าเว็บเราได้

4. 301 Redirect

โดยปกติแล้ว หากเราทำการ ลบเพจจากในเว็บออกไป หรือมีการเปลี่ยนชื่อ Website นั้น เมื่อผู้ใช้เข้ามา Search หาแล้วกดเข้ามาตาม Link นั้น ๆ ก็มักจะได้ข้อความ ‘404 Error’ หรือ ‘Not Found Page’

ซึ่งเพื่อไม่ให้ผู้ใช้ เกิดความสับสน ในการเข้าใช้เว็บ รวมถึง อยากให้ช่องทางเดิมที่มีอันดับต้น ๆ ยังอยู่เหมือนเดิม แม้ว่าจะเปลี่ยนชื่อไปแล้วนั้น ก็ยังสามารถ ทำได้โดยใช้ “301 Redirect” ที่ช่วยส่ง User จาก Search Engine ไปยัง Webpage ใหม่ที่เราต้องการได้เลย

5. SERP

SERPs ย่อมาจาก Search Engine Result Pages หรือหน้าที่แสดงผลใน Search Engine เวลาคนใส่ Keyword เพื่อทำการค้นหา ซึ่ง SERPs ที่แสดงผลให้แต่ละคนเห็นนั้น จะต่างกันไปตาม Keyword ที่ใช้ค้นหา , Browsing History และปัจจัยอื่น ๆ อีกมากมาย (ซึ่ง Search Engine ไม่เปิดเผยเรื่องพวกนี้)

หน้าที่ของ SERPs นั้นมีอยู่แค่อย่างเดียว ก็คือ การพยายามที่จะแสดงผลลัพธ์ ในการค้นหา ให้ตรงกับใจ ของคนที่ค้นหา ได้มากที่สุด เพราะฉะนั้นลองเอา Keyword ที่อยู่ในเว็บไซต์ของคุณ เข้าไปในใส่ Search Engine ถ้าเว็บไซต์ของคุณ ไม่อยู่ใน SERPs หน้าแรก ๆ แสดงว่าคอนเทนต์ของคุณ ยังไม่น่าถูกเสิร์ฟ ให้กับคน หรือ Search Engine สักเท่าไหร่

คำศัพท์ SEO

6. Keyword

Keyword เป็นอีกคำ ที่เราจะได้ยินกันบ่อยครั้ง ในการทำ SEO โดยคำหรือประโยค Keyword นั้นก็คือ คำหรือกลุ่มของ คำที่ระบุได้ถึง ตัวแบรนด์ ตัวสินค้า หรือการบริการ ซึ่งความสำคัญของ Keyword นั้นก็คือ เป็นที่จะช่วยให้ผู้ใช้หรือ Search Engine นั้น ๆ ให้ระบุลงไปได้ว่า เราเป็นเว็บไซต์เกี่ยวกับอะไร

โดย Keyword นี้ สามารถแทรกอยู่ได้ ในทุก ๆ ที่ของเว็บไซต์ ไม่ว่าจะเป็นบน Title Tag บนหัวข้อต่าง ๆ หรือแม้แต่ ในตัวเนื้อหาก็ใส่ Keyword เข้าไปได้ โดยยิ่งมี Keyword ระบุไว้ในปริมาณที่เหมาะสมเท่าไร ก็จะยิ่งทำให้ Search Engine ขยับเรา ไปอยู่อันดับต้น ๆ ได้มากเท่านั้น

แต่ทั้งนี้ ก็ต้องระวังการใส่ Keyword ซ้ำ ๆ ที่มากกินไป เพราะจะทำให้ Search Engine นั้นจับได้ว่า เป็นการพยายาม ใส่ให้มากเกิน กว่าที่จะเกี่ยวข้องกับเนื้อหาจริง ๆ และจะส่งผล ต่อการลดลำดับลงมาด้วย

7. Links

เมื่อพูดถึง Links ในการทำ SEO แล้วก็จะสามารถแบ่งได้ 2 ประเภทซึ่งก็คือ Internal links และ External links โดย

  • Internal links นั้นก็หมาย links ทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายในเว็บไซต์ของเราเอง เช่น Link จากหน้า Homepage เพื่อไปยัง Page Menu ต่าง ๆ บนเว็บ
  • External links เป็น links ที่นำออกไปสู่เว็บไซต์อื่น ๆ และรวมถึง links จากเว็บไซต์อื่น ๆ กลับมายังเว็บของเรา

ซึ่งในการวางโครงสร้าง Internal links ที่ดีนั้น ก็จะช่วยให้ทั้งผู้ใช้ และ Search Engine นั้น เข้ามาหาเว็บเพจ ของเราได้ง่ายขึ้น โดยหลักการทั่วไป นั้นก็คือ พยายามให้แต่ละหน้า สามารถกดเริ่มต้นจาก Homepage ไปยังหน้านั้น ๆ ได้

โดยไม่เกิน 2 คลิก ส่วนหลักการของ External links นั้น ก็คือการสร้าง Content ดีๆ หรือพยายามเพิ่มความน่าสนใจเพื่อให้คนอื่นๆ พร้อมที่จะแชร์และบอกต่อๆ กันไปตามเว็บไซต์หรือจาก Social Media ต่าง ๆ

8. Backlink

Backlink ก็คือ การที่เว็บอื่น ลิงก์มาหาเรา เรียกอีกอย่างได้ว่า Inbound Link ซึ่ง Backlink นี่เองที่เป็นอีกหนึ่ง ในปัจจัยหลัก ซึ่ง Google ใช้คำนวณอันดับ

9. Domain Authority/Domain Rating (DA/DR)

DA และ DR ก็คือ วิธีที่เว็บไซต์ต่าง ๆ ใช้จัดอันดับ เว็บของเรา ปกติแล้วจะมีการจัดอันดับ จาก 0 – 100 ว่าเว็บของเรา มีคุณภาพ และมีโอกาส ในการติดอันดับ Google มากเท่าไหร่ โดยปกติแล้ว เราจะใช้เทียบกับเว็บอื่น ๆ เช่น Wikipedia มี DR 91 ส่วนเราเป็นเว็บใหม่ เลย DA ก็จะเริ่มจาก 0

แบบนี้ถ้าเราต้องแข่ง ติดหน้าแรกกับ Wikipedia ตรง ๆ ก็น่าจะยากมาก ๆ แต่ละเว็บไซต์ ก็จะมีวิธี การคำนวณ DA/DR ที่ต่างกัน โดย Moz จะใช้ DA ส่วน Ahrefs จะใช้ DR แต่หลัก ๆ ก็จะคำนวณโดยใช้ Backlink ถ้าเว็บไหนมี Backlink เยอะ ก็จะ DA/DR เยอะไปด้วย โดย DA/DR นี้ ไม่ใช่ Metrics ทางการจาก Google แต่ก็มีประโยชน์มากทีเดียว

10. Alt text

Alt text ย่อมาจาก Alternative text ซึ่งมันก็คือ คำที่เราใช้อธิบายรูปภาพ เป็นโค้ดที่เราใส่ ไว้หลังบ้าน คนอ่านจะไม่เห็น แต่ว่าจะช่วยให้ Google เข้าใจได้ว่า รูปของเรานั้น คือรูปอะไร

ถ้าบทความ หรือหน้าเว็บ ของเรามีรูป อย่าลืมใส่ Alt text ลงไปด้วย จะช่วยให้หน้านั้น ๆ SEO Friendly ขึ้น แต่ต้องเป็น Alt text ที่เกี่ยวข้อง กับบทความ ของเราจริง ๆ ไม่ใช่ เขียนอย่างนึง แต่รูปเป็นอีกอย่าง

11. URL

URL ย่อมาจาก Uniform Resource Locator หรือถ้าอธิบายภาษาง่าย ๆ ก็คือ เป็นเหมือน รหัสบ้านเลขที่ ของเว็บไซต์ ในความเห็น ถ้าใน URL นั้นมี Keyword อยู่ด้วย จะส่งผลดีกับ SEO

แล้วก็เวลาตั้งชื่อของหน้า (หรือแม้แต่ชื่อของโดเมน) แนะนำว่าให้ใช้ภาษาอังกฤษ ดีกว่าภาษาไทย เพราะภาษาไทย จะมีปัญหา เวลาเอาไปแชร์ นอกจากนั้นแล้ว ถ้า URL ของคุณที่เป็นภาษาไทยยาวมาก ๆ มันอาจจะโดนตัดทิ้งอีกด้วย

12. XML Sitemap

XML Sitemap เป็นข้อมูลโครงการ ของเว็บไซต์ ของคุณ ว่ามีหน้าไหนบ้าง และแต่ละหน้า เกี่ยวข้องกันยังไง Search Engine ใช้ XML Sitemap ในการทำความเข้าใจ เว็บไซต์ของคุณ และมันจะทำให้เว็บไซต์ของคุณนั้น มีโอกาสติด Search Engine มากขึ้นด้วย

(ไม่ใช่เพราะว่า Search Engine ให้ Ranking คุณสูงขึ้น แต่มันทำให้ Search Engine หาข้อมูลบน เว็บคุณได้ง่ายขึ้น) ถ้าคุณใช้ WordPress ปลั๊กอินที่ชื่อว่า Yoast สามารถช่วย จัดการให้คุณ ได้จนจบ

You might also like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *