นักสืบ

หลักการทำงานของ นักสืบ เรื่องง่ายๆใกล้ตัวเราที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

หลักการทำงานของ นักสืบ ให้บริการ สืบตามกฎหมาย สืบชู้สาว สืบติดตามระบบโทรศัพท์ บริการงานบอดี้การ์ด เราทำงานเป็นทีมมีระบบขั้นตอน วิเคราะห์ข้อมูลและวางแผน อย่างรอบครอบ ก่อนปฎิบัติงานจริง เรายินดีสืบหาความจริงในสิ่งที่คุณอยากรู้ได้ทุก ๆ เรื่อง

– ค่าใช้จ่าย

เรื่องค่าจ้างงานสืบนั้น เป็นงานที่ผู้รับจ้าง จะสอบถามปัญหา จากท่าน แล้วทำการกำหนดราคา ท่านสามารถต่อรองได้ตามสมควร แต่ขอให้พิจารณาถึง เหตุผลค่าใช้จ่าย ตามความเป็นจริง เช่น งานที่จะต้องติดตาม เป็นทีม โดยใช้รถยนต์ อย่างน้อยค่าใช้จ่าย ก็จะอยู่ที่ 4,000 บาทถึง 6,000 บาท ( เพราะจะต้องมีรถยนต์ 1 คัน และมอเตอร์ไซค์อีก 1 คัน ใช้คนก็ต้องไม่น้อยกว่า 2 คน)

ดังนั้น ค่าใช้จ่าย ก็จะต้องอยู่ในเกณฑ์ที่กล่าวมา คุณจะขอให้รับงาน เพียงใช้เงินวันละ 2,000 บาท เป็นไปไม่ได้เลย หากนักสืบสำนักใด กล้ารับงานท่าน ในราคาที่ต่ำมากเช่นนี้ ก็คงทำงานไม่ได้ ดังนั้น การจ้างนักสืบท่าน อย่ากลัว หรือเกี่ยงเรื่องราคามากนัก เพราะการกำหนดราคา ได้กำหนดโดยหลักการตลาดทั่วไป

นักสืบ

– กลัวถูกหลอก

การที่จะจ้างนักสืบ ท่านควรจะไปดูที่ทำการของบริษัท หรือสำนักงานนั้น ๆ แล้วแต่กรณี หากท่านไม่มีเวลาไปดู ท่านก็ควรจะเลือกนักสืบ ที่จดทะเบียน เป็นนิติบุคคลจะดีกว่า เราอยู่วงการนี้มานาน ก็ไม่เห็นว่าที่ใด เปิดขึ้นมาเพื่อหลอกลวงเลย แต่ที่เกิดปัญหากัน คงเป็นเพราะข้อตกลง ระหว่างกันเบื้องต้น ก่อนจ้างไม่ชัดเจน และความยากง่ายของ แต่ละงาน ไม่เท่ากัน

ฝ่ายนักสืบ ไม่สอบถามข้อมูลให้ละเอียด ก่อนตกลงรับจ้าง หรือฝ่ายผู้ว่าจ้าง เกี่ยงเรื่องค่าจ้างมาก อยากได้ที่ถูกมาก ครั้นเมื่อนักสืบไปทำงาน แล้วค่าใช้จ่ายไม่พอ หรือพูดอีกนัยหนึ่ง เสมือนผู้รับเหมางาน คำนวณราคางานผิดพลาด อาจเกิดปัญหาได้ แต่สำหรับของเราแล้ว จะไม่มีปัญหานี้ เพราะเราจะทำ ข้อตกลงให้เข้าใจได้ง่าย และหากรับงานแล้ว ก็จะแก้ปัญหา ให้จนเสร็จงาน ตามข้อตกลง หรือเกิดข้อขัดข้อง ก็ร่วมกันแก้ไข ให้แก่ท่าน เพราะเราถือว่า ท่านได้ให้เกียรติเรา แล้ว ท่านเป็นคนพิเศษเสมอ

– นักสืบต้องไม่ประมาท

นักสืบที่ดี ต้องรักษาความตื่นตัว อยู่ตลอดเวลา ไม่ประมาท ในภารกิจที่ได้รับมอบหมาย นักสืบต้องหมั่น เตือนตัวเองอยู่เสมอว่า ไม่มีงานชิ้นไหน ง่าย ถ้ามันง่าย เขาคงไม่มาจ้างเรา งานนักสืบ ไม่มีง่าย มีแต่ยากมาก ยากน้อย ยากปานกลาง เท่านั้น

นักสืบทำหน้าที่ สืบหาความลับ ในคน ในสัตว์ ในสิ่งของ สืบหาเป้าหมาย ที่ต้องการปกปิด เป็นความลับ เป้าหมายต้องมีการป้องกัน ไม่ให้ความลับรั่วไหล โดยเฉพาะเป้าหมาย ที่มีความฉลาด รอบคอบ รัดกุม ยิ่งทำให้งานของนักสืบ ยากขึ้นไปอีก อาจมีการวางกลลวง หลอกล่อให้นักสืบ หลงกล ตกอยู่ในวังวน แห่งความสบสน งุนงง จับต้นชนปลายไม่ถูก กลับกลายจากสถานะของผู้ไล่ล่า กลายมาเป็นผู้ถูกไล่ล่า เสียเอง

แบบนี้คงเสียชื่อสถาบันนักสืบหมด ดังนั้น นักสืบต้องไม่ประมาท เมื่อจะจับเป้าหมายใด ควรจับด้วยความระมัดระวัง ทรนงองอาจ เต็มเปี่ยมไปด้วยพละกำลังและความมั่นใจ เหมือนพญาราชสีห์ จับหนู หรือจับกวาง ก็ใช้ลีลาการจับไม่แตกต่างกัน

– นักสืบ ต้องไม่อยากเด่นอยากดัง

นักสืบเป็นมนุษย์ที่แปลกประหลาด จำพวกหนึ่ง คือ มักจะต้องเก็บเนื้อเก็บตัว ไม่ให้ใครรู้ว่า ตนเป็นนักสืบ เราจึงพบว่านักสืบ ไม่ค่อยเข้าสังคม ไม่ค่อยสุงสิงกับชาวบ้านซักเท่าไหร่ นักสืบมักจะมีระยะห่าง ระหว่างบุคคล บางทีอาจมองดูว่า เป็นคนไร้น้ำใจ อันที่จริงนักสืบ ก็มีเลือด เนื้อ ชีวิตจิตใจ เหมือนกับมนุษย์ทั่ว ๆ ไป เพียงแต่มีความจำเป็น ที่ต้องปกปิดฐานะ ของตนเอง เพื่อประโยชน์ต่อการทำหน้าที่นักสืบ

หากนักสืบใด ชอบทำตัวโอ้อวด ให้ชาวโลกรู้ว่า ข้าคือนักสืบ คือ ยอดนักสืบอัจฉริยะ ไม่มีใครเสมอเหมือน ทำตัวเด่นดังราวกับดาราฮอลลีวู้ด หรือ
super star แบบนี้มีหวัง สืบอะไรไม่ได้ซักอย่างเดียว เพราะว่าใคร ๆ ก็รู้จัก พอเห็นนักสืบคนนี้ เดินเข้ามา เป้าหมายก็คงเผ่นก่อนแล้ว นักสืบมืออาชีพ ต้องทำตัวติดดิน กลมกลืนเป็นธรรมชาติ กับสภาพแวดล้อมและ ดูธรรมดาที่สุด นักสืบต้องไม่ทำตัวให้สะดุดตา สะดุดใจ เป้าหมาย จึงจะสามารถ บรรลุผลของการสืบได้ นี่คือ ข้อแตกต่างของของนักสืบมืออาชีพ กับคนที่มีอาชีพนักสืบ

นักสืบ

– นักสืบต้องศึกษาเป้าหมายให้ชัดเจนก่อนลงมือปฏิบัติการ

ปรมาจารย์ แห่งคัมภีร์พิชัยสงคราม ซุนวู กล่าวอมตะวาจาไว้ว่า รู้เขา รู้เรารบร้อยครั้ง ชนะร้อยครา ประโยคนี้ ยังคงเป็นจริงมานับพัน ๆ ปี นักสืบจะเข้าไปสืบเรื่องใด ก็ไม่แตกต่างจากทหาร ที่กำลังเข้าสู่สมรภูมิรบ เพียงแต่เปลี่ยนจากการรบ ด้วยหอก ด้วยดาบ มารบกันด้วยไหวพริบ สติปัญญา เอาชนะกันแค่เสี้ยววินาที

เพราะว่าบ่อยครั้ง นักสืบอาจต้องจับภาพเป้าหมาย ในช่วงเวลาแค่เสี้ยววินาทีจริง ๆ ระหว่างนักสืบ และเป้าหมาย ฝ่ายใดมีข้อมูลมากกว่า ทำการบ้านมาดีกว่า ศึกษาคู่ต่อสู้มากกว่า ฝ่ายนั้นย่อมมีโอกาส บรรลุผลแห่งเป้าหมาย ของตนเอง ดังนั้น ก่อนที่นักสืบจะเข้าทำการ สืบเรื่องใด ต้องศึกษา เรียนรู้ในตัวเป้าหมาย ให้ละเอียดรอบคอบ รู้ถึงสภาพแวดล้อม ทางหนีทีไล่ รู้จักการวางกลลวง ให้เป้าหมายเดินเข้ามาหาเรา ย่อมดีกว่าให้เรา เป็นฝ่ายเดินเข้าหาเป้าหมาย

หากนักสืบไม่ศึกษารายละเอียดของเป้าหมาย ให้ดีก่อน ลงมือ ก็เท่ากับว่า พาตัวเองไปสู่ความเสี่ยง อาจพลาดพลั้งไม่บรรลุผลแห่งการสืบ อาจบางทีต้องแลกมาด้วย เลือดและชีวิต

– ต้องรู้จักการอาศัยประโยชน์ จากเทคโนโลยีให้มาก

ปัจจุบัน เทคโนโลยีได้พัฒนาไปไกล เกินกว่าจะถอยหลังกลับ อะไรที่ไม่คิดว่าจะเป็นไปได้ เทคโนโลยีสามารถ ทำได้ง่ายเหมือนร่ายมนต์ นักสืบควรติดตามเทคโนโลยีให้ทัน ควรหมั่นหาความรู้ อยู่สม่ำเสมอ ยกตัวอย่างเช่น การค้นหาข้อมูลของเป้าหมาย จากอินเตอร์เน็ต เป็นสิ่งที่นักสืบควรจะต้องศึกษาเรียนรู้ และทำได้อย่างคล่องแคล่ว

เพื่อประหยัดเวลา เงินตรา อารมณ์ และสามารถบรรลุผล ของการสืบได้อย่างถูกต้อง ได้ในเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งจะเป็นผลดี ต่อตัวนักสืบโดยตรง นักสืบจะได้รับความเชื่อถือจากผู้ว่าจ้าง และเป็นที่ยอมรับ ในแวดวง พวกนักสืบด้วยกัน ราวกับเป็นพ่อมดแห่งนักสืบทีเดียว

You might also like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *