เคล็ดลับ การจัดห้อง ให้สว่าง ให้มีความชีวิตชีวา และมีแสงสว่างเพียงพอ

เคล็ดลับ การจัดห้อง ให้สว่าง  ให้มีความชีวิตชีวา และมีแสงสว่างเพียงพอ

เคล็ดลับ การจัดห้อง ให้สว่าง  รวมวิธีจัดห้องให้ดูสว่าง แก้ปัญหาบ้านมืดง่ายๆ คุณก็ทำได้ ปัญหาบ้านมืด มีแสงน้อย หรือแสงไม่พอ อาจจะเป็นปัญหาหนักอกของหลาย ๆ คน เพราะแสงสว่างเป็นสิ่งสำคัญ ที่นอกจากจะทำให้บ้านดูสวยแล้ว ยังช่วยถนอมสายตา ช่วยกำจัดแบคทีเรีย และลดกลิ่นอับภายในบ้าน

หลายคนอาจจะเคยคิดว่าถ้าอยากเพิ่มแสงให้ตัวบ้านจะต้องทำการเจาะหน้าต่างหรือช่องแสงเพิ่มเพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริงแล้วยังมีอีกหลายวิธีที่จะช่วยจัดห้องให้ดูสว่างขึ้นและแก้ปัญหาบ้านมืดได้โดยไม่ต้องมีหน้าต่างเพิ่มขึ้นแม้แต่บานเดียว ว่าแล้ววันนี้ทางเรา ก็จะมาแชร์วิธีจัดห้องให้ดูสว่าง แก้ปัญหาบ้านมืดง่าย ๆ ที่คุณก็ทำได้ ถ้าอยากรู้ว่าจะต้องทำอย่างไรบ้างก็ตามมาดูกันได้เลย

1. จัดห้องให้ดูสว่างด้วยกระจกเงา

สำหรับวิธีจัดห้องให้ดูสว่างวิธีแรกคือการเพิ่มมิติและจุดกระจายแสงของห้องด้วยการติดกระจกเงา ซึ่งกระจกเงาจะช่วยสะท้อนแสงจากไฟ หรือแสงจากธรรมชาติให้กระจายไปทั่วห้อง ช่วยแก้ปัญหาบ้านมืด ทำให้บ้านดูสว่างและกว้างขวางมากขึ้น โดยจุดที่ควรนำกระจกเงาไปติดคือผนังที่ตรงข้ามกับดวงไฟหรือหน้าต่าง เพื่อให้กระจกสามารถสะท้อนแสงได้อย่างเต็มที่ ยิ่งกระจกเงาบานใหญ่เท่าไหร่ก็ยิ่งเพิ่มแสงให้กับห้องได้มากเท่านั้น

2. ทาสีห้องด้วยสีโทนอ่อนหรือโทนสว่างช่วยแก้ปัญหาบ้านมืด

อีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อการจัดห้องให้ดูสว่างเป็นอย่างมากก็คือสีของห้อง ถ้าคุณรู้สึกว่าบ้านมืดเกินไปให้ลองเปลี่ยนสีห้องให้กลายเป็นสีโทนอ่อนหรือโทนสว่าง เช่น สีขาวหรือสีครีม เพราะสีเหล่านี้ให้ความรู้สึกโปร่งโล่ง เบา สบาย ทำให้บรรยากาศโดยรวมดูสดชื่นขึ้น นอกจากนี้สีโทนอ่อนเหล่านี้ยังมีคุณสมบัติในการสะท้อนแสงได้ดีกว่าสีโทนเข้ม เมื่อนำมาทาแล้วก็จะทำให้ห้องดูสว่างสดใสขึ้นได้นั่นเอง

 

3. จัดห้องให้ดูสว่างด้วยเฟอร์นิเจอร์สีโทนอ่อน

เช่นเดียวกันกับการทาสีห้องด้วยสีโทนอ่อน การใช้เฟอร์นิเจอร์สีโทนอ่อนหรือโทนสว่างก็สามารถช่วยเรื่องการสะท้อนของแสงและช่วยจัดห้องให้ดูสว่างขึ้นได้ นอกจากนี้พวกเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากวัสดุมันวาวก็สามารถช่วยสะท้อนแสง และเพิ่มความสว่างของห้องแก้ปัญหาบ้านมืดได้เช่นกัน

 

4. เคลียร์ตัวกั้นแสงด้านนอกหน้าต่างและประตู

ให้คุณลองสำรวจดูว่าด้านนอกหน้าต่างและประตูมีสิ่งกีดขวางที่เป็นตัวกั้นแสงจากธรรมชาติ เช่น พวก ต้นไม้ กิ่งไม้ อยู่บ้างหรือเปล่า ถ้ามีก็ให้รีบทำการเคลียร์ตัวกั้นแสงเหล่านี้ออกไป เพื่อช่วยให้แสงสามารถลอดผ่านหน้าต่างและประตูเข้ามาในบ้านของเราได้อย่างเต็มที่มากขึ้นนั่นเอง เป็นวิธีหนึ่งที่ง่ายสำหรับคนที่ต้องการแก้ปัญหาบ้านมืดช่วยให้ห้องสว่างมากขึ้น

 

5. จัดห้องให้ดูสว่างขึ้นแค่เปลี่ยนตำแหน่งเฟอร์นิเจอร์

อีกหนึ่งวิธีง่าย ๆ สำหรับการจัดห้องให้ดูสว่างขึ้นก็คือการเปลี่ยนตำแหน่งของเฟอร์นิเจอร์ โดยเริ่มแรกให้คุณลองสำรวจดูว่าในบ้านหรือห้องของคุณมีเฟอร์นิเจอร์หรือของประดับตกแต่งชิ้นไหนที่ตั้งบังทางของแสงอยู่หรือไม่ ถ้ามีก็ให้ทำการย้ายเปลี่ยนที่ซะใหม่ให้แสงลอดผ่านได้เต็มที่ นอกจากนี้ถ้าเป็นไปได้ให้คุณจัดห้องให้เหลือพื้นที่ว่างเอาไว้ให้มากที่สุด เพื่อให้เกิดความรู้สึกกว้างขวางไม่อึดอัด เพียงเท่านี้ก็สามารถแก้ปัญหาบ้านมืด ช่วยให้ห้องของคุณสว่างขึ้นได้โดยที่ไม่ต้องตกแต่งอะไรเพิ่มเติม

 

6. จัดห้องให้ดูสว่างด้วยผ้าม่านโปร่งแสง

ผ้าม่านโปร่งแสงถือเป็นองค์ประกอบสำคัญสำหรับการจัดห้องให้ดูสว่างมากขึ้น เพราะไม่ว่าจะม่านประตูหรือม่านหน้าต่างถ้าหากคุณเลือกใช้งานม่านทึบก็จะทำให้แสงไม่สามารถลอดผ่านได้และทำให้บ้านมืด ตรงกันข้ามกับม่านโปร่งแสงที่แสงสามารถลอดผ่านได้เมื่อใช้งานก็จะทำให้บ้านดูสว่างมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามถ้าหากคุณกังวลถึงเรื่องความเป็นส่วนตัวคุณสามารถเลือกใช้งานเป็นม่านปรับแสงที่มีคุณสมบัติสามารถปรับเพิ่มลดแสงที่จะลอดผ่านเข้ามาได้

 

 

7. ติดไฟไว้ในมุมมืดต่าง ๆ ของบ้าน

ถ้าหากบ้านไหนที่มีมุมมืดซึ่งแสงไม่สามารถเข้าถึงได้จริง ๆ ทางออกสุดท้ายก็คือการติดไฟ หรือวางโคมไฟเอาไว้ตรงบริเวณดังกล่าว เพื่อเสริมความสว่างให้มุมมืดของตัวบ้าน ซึ่งถ้าหากใครเป็นกังวลเรื่องค่าไฟก็อาจจะลองใช้หลอดไฟแบบ LED ที่ช่วยประหยัดไฟ หรือให้เปิดไฟเฉพาะเวลาที่จะใช้งานพื้นที่ตรงนั้นก็พอ

 

8. ทำความสะอาดประตูกระจกและหน้าต่าง

อีกหนึ่งวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยทำให้บ้านดูสว่างขึ้นก็คือการทำความสะอาดประตูกระจกหรือหน้าต่างให้ใสเหมือนใหม่ เพื่อที่แสงจะได้สามารถลอดผ่านเข้ามาในบ้านได้อย่างเต็มที่

 

9. เปลี่ยนพื้นเป็นพื้นไม้หรือพื้นกระเบื้องสีอ่อนตัวช่วยจัดห้องให้ดูสว่าง

วิธีสุดท้ายสำหรับการจัดห้องให้ดูสว่างอาจจะเป็นวิธีที่ยุ่งยากอย่างการเปลี่ยนพื้นเป็นพื้นไม้หรือพื้นกระเบื้องสีอ่อน แต่ถ้าหากใครมีแผนจะ Renovate บ้านอยู่แล้ววิธีนี้จะช่วยเพิ่มความสว่างให้กับตัวบ้านได้อย่างมากมาย เพราะพื้นไม้และพื้นกระเบื้องสีอ่อนมีคุณสมบัติในการสะท้อนแสงได้ดีกว่าพื้นวัสดุอื่น ๆ เป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจในการแก้ปัญหาบ้านมืด

 

ถ้าได้เปิดห้องรับแสงสักหน่อย ให้ความมีชีวิตชีวาจากนอกหน้าต่างเข้ามาภายในบ้านบ้าง พร้อมกับจัดห้องให้มีแสงสว่างเพียงพอ ก็จะสามารถเปลี่ยนบรรยากาศจากห้องอุดอู้เดิม ๆ ให้สว่าง เติมความสดใส และยังทำให้น่าอยู่ขึ้นได้ ยิ่งถ้าเป็นช่วงที่ต้องใช้เวลาอยู่ในห้องมากเป็นพิเศษ การจัดห้องให้ดูสว่างและโปร่งสบาย จะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายได้มากกว่าเดิม จัดห้องให้สว่าง
โดยสิ่งที่มีผลกับแสงภายในห้องนั้น ก็รวมตั้งแต่ การตกแต่งภายในไปจนถึง เรื่องการเลือกของใช้เลยค่ะ ลองค่อย ๆ มาปรับเปลี่ยนแต่ละมุมเพื่อห้องที่น่าอยู่ขึ้นไปทีละขั้นด้วยวิธีดี ๆ จาก กันได้นะคะ จัดห้องให้สว่าง

1 . คุมโทนสีอ่อนบนผนัง เพดาน และพื้นห้อง

พื้นผิวและสีที่แตกต่างกัน จะมีความสามารถในการสะท้อน และ กระจายแสงที่ต่างกันออกไป อย่างสีในโทนอ่อน หรือ พื้นผิวที่เรียบมันวาว จะสะท้อนและกระจายแสงได้ดีกว่าสีเข้ม หรือ พื้นผิวที่ด้านและขรุขระ เพราะฉะนั้นถ้าหากเลือกใช้สี รวมถึงของตกแต่งภายในห้องที่ช่วยกระจายแสงได้ดี ก็จะทำให้ห้องสว่างขึ้นได้นั่นเองค่ะ โดยส่วนที่เป็นผนังห้องนั้นมักจะมีพื้นที่มากที่สุด การเลือกใช้สีจึงสำคัญมาก ถ้าต้องการให้ห้องสว่างอย่างเป็นธรรมชาติ จึงควรเลือกใช้สีผนังห้องในโทนอ่อน นอกจากนี้ในส่วนของเพดานและพื้นก็ควรมีสีอ่อนที่อยู่ในโทนเดียวกันด้วย ซึ่งการปรับภาพรวมของสีในห้องนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นการทาสี ปูกระเบื้องหรือใช้วอลเปเปอร์เท่านั้นนะคะ แต่การใช้ภาพติดผนังขนาดใหญ่หรือใช้พรมปูพื้นก็สามารถช่วยได้ค่ะ

สูตรคำนวณสีทาบ้าน พื้นที่เท่านี้ต้องใช้สีเท่าไร

2 . ใช้กระจกเงาเป็นตัวช่วย

กระจกเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ห้องสว่างและดูโปร่งสบายตาขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยค่ะ จะเห็นว่าหลายครั้งก็ได้มีการนำกระจกมาใช้เป็นผนังเพื่อปรับบรรยากาศในห้อง ซึ่งถ้าหากนำกระจกรูปทรงน่ารัก ๆ ที่ลงตัวกับสไตล์การแต่งห้องมาวางในทิศทางตรงกันข้ามกับส่วนที่แสงเข้าอย่างประตูหรือหน้าต่างก็จะเป็นการช่วยกระจายแสงและทำให้ห้องดูสว่างขึ้น นอกจากกระจกแล้วก็ยังมีเฟอร์นิเจอร์รูปแบบอื่น ๆ ที่น่าเลือกใช้เพื่อปรับให้ห้องดูสว่างมากขึ้นด้วย ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่มีอ่อนหรือมีพื้นผิวมันวาว อย่างเช่นโลหะ อะคริลิค หรือไม้สีอ่อนที่ให้บรรยากาศสบาย ๆ

3 . จัดเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ให้ชิดผนังห้อง

การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องเป็นอีกเรื่องง่าย ๆ ที่ส่งผลกับแสงสว่าง โดยเฉพาะเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ ๆ อย่างโซฟา ตู้เสื้อผ้า หรือชั้นวางหนังสือและทีวี ซึ่งถ้าหากวางไว้ในบริเวณที่อยู่กลางห้องก็จะทำให้มีมุมอับจนทำให้แสงเข้าไปไม่ถึงหรือยิ่งเป็นการบังแสงนั่นเอง ห้องที่ใช้เฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่มาวางเพื่อกั้นพื้นที่ให้เป็นสัดส่วนมากขึ้นอาจจะเจอกับปัญหานี้ได้ซึ่งก็อาจต้องอาศัยปัจจัยในข้ออื่น ๆ มาเป็นตัวช่วยเสริมกันค่ะ เพราะการจัดเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ ๆ ไว้ให้ชิดกับผนังห้องเป็นวิธีที่ทำให้แสงส่องได้อย่างทั่วถึงมากที่สุด แต่ก็ต้องเป็นมุมที่ไม่บังหน้าต่างหรือช่องที่แสงผ่านนะคะ โดยนอกจากจะทำให้แสงธรรมชาติผ่านเข้ามาได้อย่างเต็มที่แล้วก็ยังช่วยให้ห้องดูปลอดโปร่งและกว้างขึ้นด้วยค่ะ

4 . ใช้ม่านกรองแสงในช่วงกลางวัน

การเปิดหน้าต่างในช่วงกลางวันไม่เพียงแต่จะรับแสงสว่างเข้ามาเท่านั้น ยิ่งถ้าเป็นมุมที่โดนแสงแดดโดยตรงก็จะต้องมีความร้อนเป็นของแถมเข้ามาด้วย หลายคนจึงอาจเลือกปิดม่านไว้ตลอดเพื่อแก้ปัญหานี้โดยลืมไปว่าการติดม่านกรองแสงหรือใช้ผ้าม่านสีอ่อนมาติดเพิ่มอีกชั้นนั้นสามารถช่วยได้ โดยในช่วงกลางคืนก็สามารถใช้ม่านกันแสงได้ตามปกติ พอถึงช่วงกลางวันก็ดึงม่านกรองแสงที่มีลักษณะเป็นผ้าเนื้อบางเบาสีอ่อน ๆ มาปิดแทน เนื่องจากผ้าม่านลักษณะนี้ถูกออกแบบให้ใช้สำหรับในช่วงกลางวันโดยเฉพาะจึงช่วยปรับแสงที่ส่องเข้ามาให้สบายตามากขึ้นแทนที่จะทำให้ห้องมืดเหมือนการใช้ม่านกันแสงค่ะ

5 . ปรับพื้นที่ให้แสงผ่านด้วยบานกระจก

พื้นผิวที่ปิดทึบภายในห้องนั้นเป็นตัวการที่ทำให้แสงผ่านเข้ามาได้น้อยลง เพราะฉะนั้นแทนที่จะใช้ประตูไม้บานใหญ่ ๆ ก็อาจเปลี่ยนมาใช้บานกระจกเพื่อเพิ่มพื้นที่ให้แสงเข้าได้มากขึ้น ซึ่งถ้าอยากควบคุมปริมาณแสงที่เข้ามาหรือต้องการความเป็นส่วนตัวในบางช่วงเวลาก็อาจติดมู่ลี่หรือม่านกรองแสงเพิ่มเข้าไปให้ใช้งานได้อย่างสะดวก นอกจากประตูแล้วก็ยังสามารถปรับผนังที่แบ่งพื้นที่ภายในห้องให้เป็นบานกระจกใสได้เหมือนกัน วิธีนี้จะทำให้แสงส่องผ่านอย่างทั่วถึงสำหรับห้องที่มีมุมย่อย ๆ ซ่อนอยู่โดยที่ยังคงความเป็นสัดส่วนเอาไว้ได้เหมือนเดิม

วิธีเช็ดกระจกให้ใสปิ๊ง หมดปัญหาคราบหยดน้ำ

6 . เพิ่มแสงไฟในมุมเล็ก ๆ

จัดบ้าน ไอเดียแต่งห้อง

เมื่อจัดการให้แสงธรรมชาติเข้าถึงได้อย่างเต็มที่แล้ว ต่อมาก็ถึงเวลาเพิ่มความสว่างด้วยตัวช่วยเสริมอย่างโคมไฟเพื่อให้ห้องมีบรรยากาศที่อบอุ่นลงตัวมากขึ้นกันค่ะ ซึ่งการเลือกใช้โคมไฟก็ไม่ได้ถูกจำกัดแค่ในรูปแบบโคมไฟอ่านหนังสือหรือตั้งไว้เฉพาะหัวเตียงเท่านั้น แต่ไม่ว่าจะเป็นเทียนไขหรือไฟ LED รูปแบบต่าง ๆ ก็สามารถนำมาตกแต่งเพื่อเพิ่มแสงในโทนที่ต้องการให้ห้องมีบรรยากาศสบาย ๆ ได้ค่ะ โดยในห้องอาจมีโคมไฟตัวหลักเพื่อให้แสงสว่างได้อย่างเต็มที่ไว้สักตัว นอกจากนั้นก็อาจใช้เทียนไขจำลองหรือโคมไฟแฟนซีดีไซน์น่ารัก ๆ มาตั้งไว้ตามโต๊ะและชั้นวางในห้อง ส่วนบริเวณหลังทีวีหรือในตู้โชว์ก็สามารถติดไฟดวงเล็ก ๆ เสริมเข้าไปเพื่อเพิ่มมิติให้เครื่องใช้ดูโดดเด่นและเพิ่มความสว่างไปในตัวได้ด้วยค่ะ

 

7 . การเลือกใช้หลอดไฟแบบ LED

เรื่องของการเลือกใช้หลอดไฟใช่ว่าจะใช้แบบไหนก็ได้ ยังไงก็สว่างเหมือนกันหมด โดยไม่เลือกประเภทหรือกำลังไฟไม่ได้นะคะ ปัจจุบันนี้หลอดไฟ LED ที่เป็นหลอดประหยัดพลังงานและให้แสงสว่างได้อย่างเต็มที่ก็มีให้เลือกใช้อย่างแพร่หลาย โดยการเลือกใช้หลอดไฟให้ได้แสงสว่างเพียงพอนั้นอาจไม่จำเป็นต้องใช้หลอดที่มีกำลังวัตต์ท่ากันทุกจุด แค่ในมุมที่ไว้สำหรับทำกิจกรรมหลัก ๆ อย่างนั่งเล่น แต่งหน้า หรือทำงานนั้นจะต้องเลือกใช้หลอดไฟที่ให้แสงสว่างเพียงพอ ส่วนในมุมอื่น ๆ ก็สามารถใช้หลอดที่มีกำลังวัตต์รองลงมาเพื่อให้ภายในห้องมีแสงสว่างเพียงพออย่างทั่วถึงโดยไม่ต้องเปลืองพลังงานมากเกินไป ที่สำคัญหลอดไฟทุกจุดควรเปลี่ยนใหม่อยู่เสมอเมื่อประสิทธิภาพเริ่มลดลงจนให้แสงสว่างได้ไม่มากเท่าที่ควรด้วยค่ะ

8 . จัดการต้นไม้และสิ่งกีดขวางนอกหน้าต่าง

เมื่อจัดเฟอร์นิเจอร์เรียบร้อยแล้วก็อย่าลืมบรรดากระถางต้นไม้ต่าง ๆ ทั้งที่อยู่ภายในห้องและนอกห้องกันนะคะ เพราะต้นไม้เป็นอีกอย่างที่ถ้าหากไม่จัดให้เป็นระเบียบก็จะกลายเป็นสิ่งที่บังแสงและทำให้ห้องดูรกทึบแทนที่จะสบายตา ต้นไม้ที่นำมาแขวนหรือวางริมหน้าจึงควรเป็นต้นไม้ขนาดเล็กที่จัดการและดูแลง่าย ๆ ส่วนต้นไม้ขนาดใหญ่ก็สามารถวางไว้ด้านข้างให้พ้นบานหน้าต่างแทนการวางบังไว้โดยตรง นอกจากนี้ก็อาจมีต้นไม้และสิ่งกีดขวางด้านนอกที่ทำให้แสงจากหน้าต่างผ่านเข้ามาได้ไม่เต็มที่ อาจจะเป็นไม้เรื้อยหรือกิ่งก้านของต้นไม้ที่ไม่ได้ตัดแต่ง รวมไปถึงชั้นวางและข้าวของต่าง ๆ ตรงจุดนี้เป็นด่านสุดท้ายที่หลายคนอาจลืมถึงนึกไปทั้งที่สามารถช่วยให้ภายในบ้านดูสว่างสดใสขึ้นได้ไม่แพ้วิธีอื่นเลยค่ะ

เมื่อรู้สึกเหนื่อยล้า เครียด หรืออารมณ์ไม่ดี คุณคงต้องการนั่งรีแล็กซ์อยู่ในบรรยากาศทำให้จิตใจสดชื่นขึ้น มองไปทางไหนก็ดูสว่างสดใส ไม่มัวหมอง เพื่อให้อาการแย่ ๆ เหล่านั้นหมดไป แต่ถ้าหากว่าห้องต่าง ๆ ภายในบ้านของคุณ กลับเต็มไปด้วยความมืดและคับแคบ จนดูอึดอัดไปซะหมด คงต้องปรับเปลี่ยนห้องให้ดูสว่างสดใสขึ้น เพื่อให้จิตใจเบิกบานตามไปด้วยแล้วล่ะ ซึ่งหากใครไม่รู้ว่าจะลงมืออย่างไร วันนี้มีเทคนิคง่าย ๆ มาฝากกันแล้วจ้า

เดินสำรวจพื้นที่มืดในบ้าน

พื้นที่ในบ้านส่วนที่ไม่ควรมืดเลยก็คือ ตู้เสื้อผ้า และห้องนั่งเล่น เพราะแถวตู้เสื้อผ้าจำเป็นต้องใช้แสงสว่างในการเลือกสีของเสื้อผ้าเวลาแต่งตัว จะได้ป้องกันการหยิบเสื้อผ้าผิดพลาด และห้องนั่งเล่นที่ใช้รับรองแขก ถ้าหากห้องมืดแล้วล่ะก็ อาจจะสร้างความไม่น่าประทับใจให้แก่แขกผู้มาเยี่ยมเยือนได้ แทนที่แขกจะได้นั่งรีแล็กซ์ อาจทำให้อารมณ์บูดตามไปด้วย นอกเหนือจาก 2 ห้องนี้แล้ว ห้องอื่น ๆ ก็ไม่ควรจะมืดเกินไปด้วยนะคะ ฉะนั้นควรสำรวจรอบ ๆ บ้านว่าตรงไหนควรปรับปรุงบ้าง อาจจะเป็นเพราะเฟอร์นิเจอร์ และผนังที่สีเข้มเกินไป หรือหน้าต่างน้อยเกินไป ก็ทำให้แสงสว่างจากด้านนอกเข้ามาได้เยอะไม่พอ ฉะนั้นลองปรับเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ให้เป็นโทนสีสว่างขึ้น หรือจะจัดวางใหม่ให้มีช่องรับแสงมากขึ้นก็ได้

เน้นใช้สีอ่อนและสีธรรมชาติ

สีอ่อนโทนอบอุ่นอย่างสีครีม สีน้ำตาลอ่อน สีเทาอ่อน หรือสีเบจ นอกจากจะทำให้ห้องดูสว่างขึ้นแล้ว ยังทำให้รู้สึกอบอุ่นอีกด้วย ลองหยิบสีเหล่านี้สีใดก็ได้มาตกแต่งคู่กับสีขาว จะช่วยให้บ้านดูสว่างขึ้นได้อีก ส่วนไอเทมอื่น ๆ ในห้องก็สำคัญเช่นกัน ลองเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นสีเข้มให้ดูตัดกันจะสวยกว่าเช่น ประตู และพื้นไม้ เพียงเท่านี้ห้องก็จะสว่างขึ้น แถมยังดูเก๋ตรงลูกเล่นสีตัดกันด้วยค่ะ

ติดไฟเพิ่ม เติมความสว่าง

หลายบ้านอาจมีเพดานสีเข้ม หรือเพดานไม้ เพราะเชื่อว่าทำให้บ้านอบอุ่นและดูสวยมากกว่า แต่บางทีก็อาจจะรู้สึกว่ามืดมนเหมือนอยู่ในถ้ำบ้างเหมือนกัน ฉะนั้นมาเพิ่มความสว่างง่าย ๆ ด้วยหลอดไฟกันเถอะ แค่เพียงติดหลอดไฟเพิ่มให้ห้องดูสว่างมากขึ้นกว่าเดิมจนพอใจ ไม่ต้องปรับเปลี่ยนแก้ไขยกเครื่องใหม่ให้ยุ่งยาก

เปลี่ยนห้องครัวให้สว่างน่าใช้

หากชอบตู้เก็บของในครัว และพื้นห้องที่มีสีเข้ม อาจจะทำให้ห้องครัวดูหม่น ไม่สดใสชวนให้เข้าไปทำกับข้าว ฉะนั้นลองปรับเปลี่ยนโดยการติดไฟเพิ่มที่เคาน์เตอร์บาร์ หรือติดไฟข้าง ๆ ตู้เก็บของข้างใดข้างหนึ่ง เพียงเท่านี้คุณจะรู้สึกเหมือนได้ห้องครัวใหม่อย่างน่าประหลาดใจ และช่วยทำให้สนุกสนานมากขึ้นเวลาทำอาหารด้วยนะ

โคมไฟระย้าช่วยได้

ลองหาโคมไฟระย้าสวย ๆ มาติดเพื่อเพิ่มความสว่างไสวดูไหม สมัยนี้บริษัทผู้ผลิตโคมไฟดีไซน์โคมไฟแบบระย้าออกมาเอาใจคุณลูกค้าหลายแบบหลายสี แถมทำจากวัสดุหลากหลายชนิด เช่น แก้ว, กระเบื้องโมเสก และสเตนเลส ลองหาโคมไฟระย้าในแบบที่ชอบมาติดบนเพดาน ตรงมุมห้องครัว หรือตรงเคาน์เตอร์บาร์ดูสิคะ จะช่วยทำให้ห้องครัวดูสวยน่าดึงดูดขึ้นเยอะเลยล่ะ

เพิ่มตำแหน่งไฟในห้องนอน

หากชอบห้องนอนที่มีผนัง, เตียงนอน, พื้น และเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นสีมืด ๆ ทั้งหมด ก็ไม่ต้องกังวลไปนะคะ เพราะสามารถทำให้อบอุ่น และรู้สึกรีแล็กซ์ขึ้นได้หลังจากเหนื่อยมาทั้งวัน โดยการเพิ่มแสงไฟเบา ๆ ตรงจุดใดในห้องนอนก็ได้ที่คุณชอบมองบ่อย ๆ อย่างการ ติดไฟเพิ่มในตู้โชว์ของ หรือใต้ตู้โชว์ของก็ได้ และอย่าลืมหยิบโคมไฟที่ให้แสงนวล ๆ มาตั้งบนโต๊ะข้างเตียงเพื่อเพิ่มความสว่าง และอบอุ่นขึ้นด้วยนะ

 

ใช้สีอ่อนและสีเข้มอย่างสมดุล

ห้องนอนเป็นห้องที่บ่งบอกความเป็นตัวของคุณ และได้ใช้ความเป็นตัวเองเข้ามาตกแต่งได้มากที่สุด ถ้าหากมีผนังสีเข้มอยู่แล้ว แทนที่จะเปลี่ยนสีใหม่ ก็ลองเพิ่มโคมไฟแสงสีเหลืองนวลตรงเตียงนอนดู เพราะเมื่อตกกระทบกับเตียงนอนแล้ว จะทำให้สว่างไสวทั่วห้อง และยังทำให้ห้องดูบาลานซ์กันด้วยสีทั้ง 2 เฉดนี้ด้วยล่ะ

หน้าต่างช่วยเปิดทางสว่างให้สีเข้ม

หากยังมีห้องว่างที่รอให้คุณลงมือทาสีอยู่แล้วล่ะก็ อย่ากลัวที่จะเลือกสีเข้มมาใช้ในการตกแต่ง และกังวลว่าจะทำให้ห้องดูมืดไปหรือเปล่า เพราะหากรู้เทคนิคในการตกแต่งห้องต่าง ๆ ในบ้าน ก็สามารถเลือกสีมืดมาตกแต่งได้อย่างสบายใจไร้กังวล อันดับแรกคือลองหาแหล่งที่มาของแสงธรรมชาติที่สาดส่องเข้ามาก่อน ถ้าหากมีหน้าต่าง และประตูมากพอที่จะทำให้แสงธรรมชาติจากด้านนอกส่องเข้ามาแล้วล่ะก็ ลงมือเลือกสีเข้มที่ชอบมาทาผนังห้องได้เลย แต่ถ้าหากมีหน้าต่างเล็ก และมีน้อย ก็ลองเลือกสีที่สว่างขึ้นมาสัก 1-2 เฉดจากสีเข้มที่ชอบมาทาผนังจะทำให้ห้องดูสว่างและใหญ่ขึ้น

ออกแบบบ้าน 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *