แนวทาง ในการ แต่งบ้าน สไตล์ธรรมชาติแบบย้อนวันวาน Nature Deficit Disorder

แนวทาง ในการ แต่งบ้าน สไตล์ธรรมชาติแบบย้อนวันวาน Nature Deficit Disorder

แนวทาง ในการ แต่งบ้าน สไตล์ธรรมชาติแบบย้อนวันวาน Nature Deficit Disorder ผู้อ่านเคยได้ยินเรื่องภาวะขาดธรรมชาติหรือ Nature Deficit Disorder กันบ้างหรือเปล่าครับ ภาวะนี้เป็นสิ่งใหม่ที่ผู้เชี่ยวชาญและจิตแพทย์ทั่วโลกเป็นห่วงในเด็กยุคใหม่ที่เติบโตท่ามกลางตึก เกม และคอมพิวเตอร์ ไม่ค่อยใช้ชีวิตกลางแจ้ง จับต้องสัมผัสธรรมชาติ

ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาทางอารมณ์ ขาดการเชื่อมโยงตัวเองกับธรรมชาติและคนรอบข้าง ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะบ้านถูกแยกบ้านออกจากธรรมชาติ ด้วยผนังล้อมกรอบทั้งสี่ด้าน เปลี่ยนจากดินเป็นคอนกรีต “บ้านจึงไม่ควรแยกจาก ธรรมชาติ” ควรเป็นตัวกลางสร้างสายใยเชื่อมโยงระหว่างผู้คนและสิ่งแวดล้อมเข้าไว้ด้วยกัน

สำหรับผู้อ่านที่กำลังอยาก Back to Nature เนื้อหานี้ “บ้านไอเดีย” มีแนวทางในการใส่ความเป็นธรรมชาติลงไปในบ้าน เพื่อเติมเต็มความหมายของการอยู่อาศัยให้สมบูรณ์และสมดุลครับ

1. เติมบรรยากาศชนบทให้บ้าน
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เมื่อจินตนาการไปถึงธรรมชาติ สมองของคนเราจะสื่อสารไปถึงพื้นที่ชานเมือง ชนบท หรือแหล่งธรรมชาติต่าง ๆ มากกว่าบรรยากาศในเมือง การสร้างบรรยากาศโดยรวมรอบ ๆ บ้านจึงเป็นสิ่งกระตุ้นให้รู้สึกเหมือนสัมผัสวิถีธรรมชาติอยู่เสมอ วิธีการพื้นฐานในการสร้างบรรยากาศชนบทแบบบ้านสวน เช่น ปลูกไม้ผลที่ทานได้ อาทิ มะม่วง ขนุน ชมพู่ ฝรั่ง รวมถึงพืชผักสวนครัวที่ใช้ทำอาหารเป็นประจำ อย่างผักสลัด พริก กระเพรา โหระพา ผักชี ต้นหอม คึ่นช่าย เป็นต้น

หรือแม้แต่การหยิบเฟอร์นิเจอร์ไม้ตัวเก่า ที่อาจได้จากบ้านของคุณตา คุณยาย วางในมุมสวนพักผ่อน ก็ชวนให้หวนคิดถึงบรรยากาศเก่า ๆ ที่เป็นธรรมชาติได้เป็นอย่างดี

2. หยิบวัสดุธรรมชาติมาเป็นองค์ประกอบของบ้าน
หากอยากชิดใกล้ธรรมชาติ ต้องหันมาหยิบจับวัสดุธรรมชาติใช้ในการสร้างและตกแต่งบ้านมากขึ้น ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ทั้งภายนอกและภายใน อย่างการเปลี่ยนจากรั้วบล็อกคอนกรีตฉาบเรียบมาเป็นรั้วไม้ไผ่ หรือใช้แนวรั้วต้นไม้ นอกจากต้นไม้จะช่วยปรับบรรยากาศ ยังทำหน้าที่ช่วยกรองฝุ่นควัน เพิ่มออกซิเจนให้ความสดชื่น เพิ่มทัศนียภาพที่น่ามองในภาพรวมของบ้านได้ด้วย

ผนังบ้านบางจุด อาจเลือกเป็นงานก่ออิฐโชว์แนว พื้นทางเดินในสวน ลดทอนความแข็งกระด้างด้วยการใช้บล็อกคอนกรีตหรืออิฐดินเผา สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้บรรยากาศรอบบ้านดูเป็นมิตรกับธรรมชาติมากขึ้น แค่เพียงเท้าสัมผัสก็สื่อสารถึงธรรมชาติได้

 

3. ต่อเติมชานระเบียงไม้
ชาน เฉลียง ระเบียง ไม่ว่าขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ สามารถช่วยเชื่อมโยงความสัมพันธ์ให้บ้านใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้นได้ เพราะชานหรือระเบียงเป็นส่วนที่ดึงสมาชิกในบ้านให้ออกมานอกตัวอาคาร ได้ชื่นชมกับสวนที่ตั้งใจจัดไว้อย่างสวยงาม ชานบ้านที่ให้อารมณ์ผ่อนคลายควรทำด้วยวัสดุไม้แท้ แต่หากมีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณและไม่อยากเสี่ยงเรื่องความเสียหายของไม้จริงที่มากับความชื้น การผุพังจากสภาพอากาศหรือปลวก อาจใช้ไม้เทียม ไม้สังเคราะห์ ที่มีสีและลวดลายคล้ายไม้จริง

 

4. กระจกกรอบไม้เชื่อมธรรมชาติ
บ้านยุคใหม่นิยมใช้ประตูหน้าต่างกระจก เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและขณะเดียวกันความใสของกระจกยังช่วยเป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อภูมิทัศน์ภายนอกเข้าสู่ภายใน ซึ่งนิยมใช้กรอบกระจกที่ทำจากไวนิลหรืออลูมิเนียม หากต้องการให้บ้านมีอารมณ์ที่เป็นธรรมชาติ ลองเปลี่ยนมาใช้ประตูหน้าต่างกระจกกรอบไม้ที่ให้ความรู้สึกนุ่มนวลอบอุ่นแทน หรือใช้กรอบอลูมิเนียมลายไม้ ที่ปัจจุบันผลิตออกมามีลวดลายคล้ายคลึงงานไม้แท้ แต่ไม่บิด ไม่บวมและปลวกไม่กิน

5. เลือกหลังคาลอนโค้ง ธีมสีธรรมชาติ
หลังคาเป็นส่วนที่อยู่บนสุดและกินพื้นที่กว้าง สามารถมองเห็นได้เด่นชัดที่สุดแม้อยู่ในระยะไกล ลองนึกภาพบ้านที่เต็มไปด้วยต้นไม้แต่ใช้หลังคาที่มีความวิบวับหรือกระเบื้องหลังคาสีสด ๆ คงดูไม่เข้ากัน แนะนำให้เลือกใช้วัสดุมุงหลังคาธีมสีธรรมชาติแบบเอิร์ธโทนสีล้อไปกับสีของต้นไม้ เปลือกไม้ หรือดิน เช่น สีน้ำตาลทรายแก้ว สีเทาแกรนิต สีส้มอิฐ เป็นต้น

เอกลักษณ์เด่นของหลังคาลอนที่มีความมนโค้ง คือความคลาสสิคที่บ่งบอกถึงอัตลักษณ์ความเป็นวิถีไทยได้ดี เมื่อผนวกรวมกับเฉดสีหลังคาที่ดูหม่น ๆ จะช่วยให้บ้านดูกลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติได้เป็นอย่างดีเลยครับ

กระเบื้องหลังคาเอสซีจี รุ่น พรีม่า มีกลุ่มสีคลาสสิกโทนธรรมชาติให้เลือกใช้หลายสี อาทิ สีน้ำตาล สีน้ำตาลทรายแก้ว สีส้มอิฐ คงความสวยนาน ด้วยนวัตกรรมม่านสีเคลือบพิเศษถึง 2 ชั้น สะท้อนความรู้สึกของความเป็นท้องถิ่นที่อบอุ่นเรียบง่าย มีรูปลอนพริ้วสวยเป็นเอกลักษณ์ ให้เส้นสายของหลังคาที่ละเอียด แผ่นสั้นพอดีเข้ากับรูปทรงบ้านด้วยขนาด 55 x 65 ซม. ทั้งยังเพิ่มความพิเศษด้วยคุณสมบัติความคงทนมาตรฐานเอสซีจีด้วยความหนาถึง 5 มม. แผ่นกระเบื้องน้ำหนักเบาเพียง 15 กก./ตรม.เท่านั้น จึงทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายและปลอดภัยปราศจากแร่ใยหินที่ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ จึงได้ทั้งความสวยงามที่ให้ความเป็นธรรมชาติและเพิ่มความมั่นใจในทุกครั้งที่สูดหายใจ

 

รับออกแบบบ้าน 

You might also like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *