Doctor Sleep รีวิวภาคต่อ The Shining กลายเป็นแนวสยองขวัญ

Doctor Sleep

Doctor Sleep ภาคต่อของอดีตที่กลับมาหลอนจากหนัง The Shining โรงแรมผีนรก ปี 1980  ที่เป็น 1 ในหนังขึ้นหิ้งของผู้กำกับ Stanley Kubrick ที่จากโลกนี้ไปแล้ว Doctor Sleep  โดยทำมาจากนิยายของเจ้าพ่อนิยายสยองขวัญ “สตีเฟน คิง” ที่คนส่วนใหญ่คงรู้จักกันดี ซึ่งภาคต่อนี่ได้ผู้กำกับสายหนังสยองขวัญชื่อดัง Mike Flanagan (กำกับหนัง Oculusซีรีส์เน็ตฟลิกซ์ The Haunting of Hill House) มารับงานนี้ ซึ่งเรียกว่าหินพอตัวทีเดียวที่ต้องทำให้แฟนหนังภาคแรกพอใจกับเสน่ห์การกำกับสไตล์ Stanley Kubrick ที่โดดเด่่นเรื่องมุมกล้อง ดนตรีประกอบ ฉากสยองขึ้นหิ้งในเรื่อง

แต่การเล่าเรื่องจะเนิบนาบค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งในยุคนี้ผู้ชมที่ดู The Shining ก็คงไม่รู้สึกสนุกอะไรมาก นี่จึงเป็นการท้าทายมากที่ต้องทำให้ทั้งแฟนรุ่นเก่ากับคนดูหนังรุ่นใหม่พอใจกับเรื่องนี้

หนังเริ่มเรื่องราวต่อจาก The Shining ในช่วงที่แดนนี่วัยเด็ก 5 ขวบกับแม่หนีออกมาจากโรงแรมโอเวอร์ลุค (Overlook Hotel) ที่เป็นที่รวมของผีปีศาจ แล้วย้ายมาใช้ชีวิตกันสองคนเงียบๆ

แต่ผีร้ายจากโรงแรมโอเวอร์ลุคก็ยังตามหาแดนนี่จนเจอ ซึ่งทำให้แดนนี่ต้องเก็บซ่อน “สัมผัสวิเศษ (The Shining)” ที่เป็นสิ่งดึงดูดผีร้ายไว้เงียบๆ ไม่เปิดเผยจนอายุล่วงเลยมาถึง 40 ปี ซึ่งช่วงนี้เป็นการปูพื้นให้คนที่ไม่เคยดูภาคแรกมาก่อนให้พอเข้าใจได้ว่าแดนนี่คือใคร และมีสัมผัสวิเศษเชื่อมต่อเข้าไปในความคิดของคนอื่นได้

ด้วยเวลาของหนังยาวถึง 151 นาที ผู้กำกับจึงใช้เวลาการปูเรื่องราวของแดนนี่เต็มที่ กับการเดินทางเร่ร่อนยาวนานจนมาพบจุดหมายปลายทางชีวิตในเมืองเล็กๆ ซึ่งตรงนี้จะเผยถึงที่มาของชื่อเรื่อง “ด็อกเตอร์สลีป” นี้ด้วยว่ามาจากไหน

 

และนี่เป็นจุดเริ่มที่ทำให้แดนนี่ได้กลับมาใช้พลังอีกครั้ง จนนำไปสู่การเชื่อมต่อกับ “เอบรา” เด็กสาวผิวสีที่เป็นตัวเอกใหม่ในภาคนี้ ซึ่งกรณีของเอบรานั้นต่างออกไปจากแดนนี่ เธอมีรับสัมผัสได้ไกลกว่าแดนนี่มากและไม่กลัวการใช้พลังมาตั้งแต่เด็ก หนังให้เวลาเล่าเรื่องของเอบราตั้งแต่เด็กตัวเล็กๆ จนโตเป็นสาวน้อยที่ควบคุมพลังของตนได้ดี ไม่ได้เปิดเผยกับใครแม้แต่พ่อแม่ แต่ก็ไม่หยุดฝึกฝนการใช้พลัง ซึ่งต่างกับแดนนี่ที่กลบพลังไว้ให้ห่างจากฝันร้ายในอดีต เธอจึงเป็นเด็กสาวที่คิดว่าตัวเองแกร่งพอที่จะเผชิญหน้ากับอะไรหลายๆ อย่าง จนมาพบกับสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในชีวิต

กลุ่มคนที่เหมือนปีศาจร้ายไล่ล่าสูบกินชีวิตเด็กที่มีสัมผัสวิเศษ นั่นทำให้เธอต้องมาขอร้องให้แดนนี่ช่วย จุดนี้หนังจึงได้ดึงตัวละครเก่าภาคแรกกลับมาชี้นำให้แดนนี่เข้าใจพันธะหน้าที่ของผู้มี The Shining ซึ่งเป็นการช่วยเคลียร์ปมเรื่องราวของตัวละครในภาคก่อนไปพร้อมกัน

ช่วงแรกนอกจากเรื่องราวของแดนนี่แล้ว หนังเล่าเรื่องราวของกลุ่ม “the True Knot” ที่ไล่ล่าสูบพลังเด็กที่มีสัมผัสวิเศษไปพร้อมกัน โดยเผยให้เห็นชีวิตความเป็นอยู่ของพวกนี้ที่มีชีวิตมายาวนาน นำโดย Rose The Hat สาวสวยสวมหมวกมายากล (เล่นโดย Rebecca Ferguson นางเอกมิชั่นอิมพอสซิเบิลภาคล่าสุด) ที่มีรูปแบบพลังคล้ายกับที่เอบราและแดนนี่มี ซึ่งหนังเล่าเรื่องโดยให้เห็นพิธีกรรมการกำเนิดของพวกนี้ที่มาจากผู้มีสัมผัสวิเศษเช่นเดียวกัน บาคาร่า แต่กลับใช้ไปในทางชั่วร้าย กลายเป็นว่าภาคนี้เป็นการเล่าเรื่องราวของผู้มีพลัง 2 ฝ่าย ไม่ต่างอะไรกับ X-Men ดีๆ นี่เอง ซึ่งเป็นอะไรที่ต่างจากภาคแรกมาก หนังใช้การปะทะกันผ่านพลังจิตพิเศษทางไกลต่อสู้กันในหัวอีกฝ่าย เหมือนโปรเฟสเซอร์เอ็กซ์ VS.จีนเกรย์

แต่ออกลึกลับหลอนๆ ในความคิด ซึ่งผู้กำกับคนนี้ถนัดแนวนี้อยู่แล้ว แถมหนังได้เรต R ก็ใส่เลือดใส่ความสยองมาให้เห็นกันชัดๆ แต่ก็ไม่ได้ขนาดชวนแหวะแต่อย่างใด

 

 

 

You might also like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *