กราฟิก

มาทำความเข้าใจเกี่ยวกับ “กราฟิก” และหลักการพื้นฐาน Graphic Design

คำว่า “กราฟิก” ผู้ประกอบการ อาจจะเกิดสงสัยว่า มีความเกี่ยวข้อง และมีความสำคัญอย่างไร กับการออกแบบบรรจุภัณฑ์ ประเภทกล่องกระดาษลูกฟูก แก้วกระดาษ ชามกระดาษ หรือไม่ทราบว่า การออกแบบกราฟิกบรรจุภัณฑ์ หมายถึงอะไร เพราะส่วนใหญ่ มักจะเข้าใจว่า งานกราฟิก เกี่ยวข้องการการออกแบบภาพเคลื่อนไหว หรือภาพ 3 มิติ เรามาหาคำตอบกันว่า ออกแบบกราฟิกคืออะไร ? และสำคัญอย่างไร ต่อการออกแบบบรรจุภัณฑ์ รับทำ graphic

การออกแบบกราฟิก ถือเป็นศิลปะแขนงหนึ่ง ที่แสดงออกด้วย ส่วนประกอบต่าง ๆ เช่น จุด เส้น สี รูป นำมาผสมผสานกัน ออกมาเป็นชิ้นงานด้วยหลักการง่าย ๆ ที่เรียกว่า “SAFE” ซึ่งมีความหมายดังนี้

– S = Simple คือ เข้าใจง่าย สบายตา
– A =Aesthetic คือ มีความสวยงาม ชวนมอง
– F = Function คือ การใช้ต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม

การออกแบบกราฟิกบนบรรจุภัณฑ์จะแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ได้ 3 กลุ่ม คือ

กราฟิก

1. บรรจุภัณฑ์สำหรับค้าปลีก มักออกแบบสวยงาม สะดวกในการใช้สอย น่าใช้ บางชนิดจะเน้นความ สวยงามเป็นพิเศษ จะมีรายละเอียดของสินค้า บรรจุอยู่ภายใน
2. บรรจุภัณฑ์เพื่อการค้าส่ง เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบสำหรับบรรจุสินค้าจำนวนมาก ๆ การกำหนดรายละเอียดจะแตกต่างกันออกไป
3. บรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่ง จะเน้นในเรื่องความสะดวก ความปลอดภัย และความประหยัดในการขนส่ง ซึ่งการออกแบบฉลากของบรรจุภัณฑ์จะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไข และข้อกำหนดหลายอย่าง ที่นักออกแบบมักจะ ต้องสร้างภาพลักษณ์ของตัวสินค้าให้เกิดความน่าเชื่อถือ สวยงาม ส่วนการออกแบบหีบห่อบรรจุภัณฑ์ก็จะมีจุดประสงค์อย่างเดียวกันกับฉลากสินค้า แต่มีจุดเด่นคือ เพื่อความสะดวกในการขนส่ง

การออกแบบกราฟิก คือ

ออกแบบกราฟิก (Graphic Design) คือ การออกแบบตัวอักษร รูปภาพ ลงบนพื้นผิวแนวราบ 2 มิติ และซึ่งเป็นการออกแบบ เกี่ยวกับสื่อสิ่งพิมพ์ ความสวยงามขึ้นอยู่กับ ความสามารรถของนักออกแบบ ที่สามารถจัดวางภาพ หรือตัวอักษร ได้อย่างมีศิลปะ การออกแบบกราฟิก มีหลายรูปแบบ เช่น

– การออกแบบงานสื่อสิ่งพิมพ์ ได้แก่ ออกแบบจัดหน้าหนังสือ หนังสือพิมพ์ หรือนิตยสาร รวมถึงการออกแบบตัวอักษร
– การออกแบบงานพิมพ์ เช่น การออกแบบแผ่นพับบรรจุภัณฑ์ หรือแผ่นโปสเตอร์
– การออกแบบสื่อเคลื่อนไหว เช่น งานตัดต่อภาพยนตร์ หรือวิดิโอ
– การออกแบบโฆษณา เช่น ออกแบบป้ายสินค้า โลโก้สินค้า
– การออกแบบงานวาดภาพประกอบ เช่น งานวาดภาพ งานตกแต่งภาพ
– การออกแบบภาพเคลื่อนไหว เช่น งานออกแบบภาพ 3 มิติ
– การออกแบบเว็บ ได้แก่ การออกแบบหน้าเว็บ และทำสื่อมัลติมีเดีย

การออกแบบกราฟิกบรรจุภัณฑ์ หมายถึง

การออกแบบกราฟิกบรรจุภัณฑ์ หมายถึง การสร้างสรรค์งานสิ่งพิมพ์ ภายในกล่องบรรจุภัณฑ์ เช่น แก้วกระดาษ ถ้วยกระดาษ ให้สามารถสื่อสาร และมีผลทางด้านจิตวิทยา ต่อผู้บริโภค ช่วยดึงดูความสนใจ และกระตุ้นอารมณ์ ความรู้สึก ให้ผู้บริโภค เกิดความอยากซื้อสินค้า หรือผลิตภัณฑ์นั้น ๆ การออกแบบกราฟิกบรรจุภัณฑ์อาจทำได้ 2 กรณี ได้แก่

1. ทำกราฟิกบนแผ่นฉลาก แล้วนำไปติดบน แก้วกระดาษ ถ้วยกระดาษ ซึ่งเป็นภาชนะสำเร็จรูปมาแล้ว
2. อาจสร้างงานกราฟิก บนผิวภาชนะรูปทรง 3 มิติ หรือสร้างงานบนบรรจุภัณฑ์โดยตรง เช่น พิมพ์งานกราฟิกบนขวดแก้ว หรือขวดพลาสติก

ความสำคัญของการออกแบบกราฟิกบรรจุภัณฑ์

กราฟิก

1. กราฟิกบนแก้วกระดาษ หรือถ้วยกระดาษ ทำหน้าที่เปรียบเสมือนสื่อประชาสัมพันธ์ สร้างคุณค่า และและความน่าเชื่อถือ ให้กับผลิตภัณฑ์
2. งานกราฟิก จะสื่อความหมายให้รู้ว่า เป็นสินค้า หรือผลิตภัณฑ์อะไร ตัวอย่างเช่น การใช้สีหรือลักษณะตัวอักษร ที่ทำให้ผู้บริโภค สามารถแยกประเภทสินค้าได้ทันที ว่าเป็นสินค้าอุปโภคหรือบริโภค
3. แจ้งรายละเอียดสรรพคุณ วิธีใช้ ส่วนผสม หรือวิธีเก็บรักษา
4. การออกแบบกราฟิกบรรจุภัณฑ์ ทำหน้าที่แสดงรูปแบบเฉพาะของสินค้า และแบรนด์ให้เกิดความเด่นชัด

การทำธุรกิจทุกประเภท และทุกขนาด ในปัจจุบัน มีการแข่งขันกันสูงมาก ผู้ประกอบการจึงต้องมีกลยุทธ์ ในการบริหาร เพื่อใช้สู่กับคู่แข่ง การออกแบบกราฟิก บนแก้วกระดาษ ถ้วยกระดาษ หรือกล่องอาหารประเภทต่าง ๆ ถือเป็นกลยุทธ์หนึ่ง ที่สามารถสร้างความน่าสนใจ และดึงดูดให้ลูกค้า เกิดความต้องการสินค้า หรือผลิตภัณฑ์ของเราได้

หลักการพื้นฐาน Graphic Design

ว่ากันว่า ถ้าหากคุณอยากแหกกฎ คุณจำเป็นต้องเรียนรู้กฎ ให้ถ่องแท้เสียก่อน แล้วคุณจะรู้ได้ว่า กฎนั้น ๆ สามารถแหก แหวก และทำลายมันได้ตรงไหนบ้าง และนี่คือหลักการพื้นฐาน ของการออกแบบกราฟิก ( Graphic Design ) ที่จำเป็นต้องรู้ และทดไว้ในใจ เผื่อว่าวันไหน อยากจะแหกกฎขึ้นมา จะได้แหกได้อย่างมีหลักการ

1. LINE

พื้นฐานที่สุดของกราฟิก ก็คือลายเส้น ( LINE ) ไม่ว่าเส้นหนา หรือบาง เส้นประ เส้นโค้ง เส้นซิกแซก ล้วนแต่เป็นอะไรที่สร้างรูปทรง และความหมายได้ทั้งนั้น สามารถประกอบเป็นภาพก็ได้ หรือใช้เน้นบางส่วนขอเนื้อหาก็ยังได้เช่นกัน

2. SCALE

ขนาด ( SCALE ) ใครคิดว่าไม่สำคัญ เพราะนี่คือ การจัดการความสำคัญของงานออกแบบ การใช้ขนาดใหญ่ หรือเล็กกว่ากัน เท่ากับการที่เรากำหนด ความสำคัญให้สิ่งนั้น ในขณะที่เราเมื่อทำให้ขนาดของทุกสิ่ง เท่ากันไปหมด นั่นก็หมายความว่า เราไม่ได้เน้นที่จะสื่อสารอะไรเลย ทำให้งานนั้น ดูเรียบนิ่งเกินไป เพราะฉะนั้น การเล่นกับขนาด เป็นเรื่องสนุกทีเดียว

3. COLOR

คงไม่ต้องพูดกันเยอะว่า “สี” มีความสำคัญ กับงานออกแบบแค่ไหน สีที่เลือกใช้ ช่วยสื่อสารในเชิงจิตวิทยา ของงานได้ คู่สีที่ดี ก็ช่วยดึงความสนใจ จากผู้พบเห็นได้ ศาสตร์แห่งการใช้สี จึงเป็นความรู้ยิ่งใหญ่ ที่เรียนรู้อย่างไม่มีวันหมดง่าย ๆ แน่นอน ไม่น่าแปลกใจ ที่การเลือกใช้สี ในงานกราฟิก ดีไซน์จึงเป็นสิ่งจำเป็นมาก ๆ เรียนรู้เรื่องจิตวิทยา แห่งสีสัน

4. REPETITION

ในส่วนของการใช้กราฟิกซ้ำ ๆ สร้างเป็นแพทเทิร์นแปลก ๆ เท่ ๆ ก็เป็นหลักการนึง ในการสร้างความน่าสนใจ ให้ชิ้นงานได้ เพราะเราเคยชิน กับลวดลายเหล่านี้ ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว ยิ่งถ้าทำให้ดูแปลกตา มีความต่อเนื่อง ลื่นไหลดูเพลิน ๆ ได้ ก็ยิ่งเป็นการดี

5. NEGATIVE SPACE

เวลาเขียนถึงการออกแบบทีไร เรื่องของการใช้พื้นที่ว่าง ( NEGATIVE SPACE ) มักถูกหยิบยกมาพูดถึงอยู่เสมอ เพราะมันคือพื้นฐานด้าน visual ที่นิยมเหนือข้ามกาลเวลา ไม่เคยมีครั้งไหนที่มันตกเทรนด์การออกแบบเลย การเลือก ”ใช้” และ “ไม่ใช้” พื้นที่อย่างสร้างสรรค์ จึงเป็นหลักการที่น่าจะนึกถึงเสมอ

6. SYMMETRY

ความสมมาตร ไม่ได้หมายความว่า องค์ประกอบของกราฟิก ทางฝั่งซ้าย และขวาจะต้อง “เท่ากัน” หรือ “เหมือนกัน” เสมอไป แม้โดยส่วนใหญ่จะเป็นอย่างนั้น แต่ในการใช้งานจริง ๆ เรายังพอมีช่องทางเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการบิดองค์ประกอบเหล่านั้น ให้น่าสนใจขึ้นได้ แต่โยรวม ๆ ก็ยังต้องยึดหลักความสมมาตร เท่ากันไว้อยู่นั่นเอง

7. TRANSPARENCY

ในส่วนของความโปร่งใสนี้ ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีการ ที่ถูกนำไปใช้บ่อย ๆ ในการสร้างสรรค์งานออกแบบ ง่าย ๆ เลยก็การจัดวางเลเอาท์ ให้มีการเฟดจางหายไป เวลาวางองค์ประกอบหลาย ๆ อย่าง แต่นั่นมันพื้นฐานมาก ๆ อันที่จริงแล้ว การใช้ความโปร่งแสง เป็นได้มากกว่านั้นเยอะ ทั้งการเล่นกับวัสดุ หรือเล่นกับ Blending Mode ก็สามารถสร้างผลลัพธ์ ที่แตกต่างกันได้มากมายแล้ว

8. TEXTURE

การเล่นกับพื้นผิว ที่เรามองเห็นได้ด้วยตา โดยที่ยังไม่ได้สัมผัสด้วยมือ หรือส่วนใดของร่างกาย เพราะบางครั้ง มันอาจจะไปอยู่บนกระดาษอาร์ต แบบมันบนโปสเตอร์ธรรมดา ๆ แต่ลักษณะเฉพาะของพื้นผิว ( TEXTURE ) แต่ละแบบนี่แหละ ที่สร้างความรู้สึกต่อสิ่งนั้น ให้แตกต่างกันออกไป ภาพเหล็ก ปูน ไม้ แก้ว ฟองน้ำ ล้วนแต่มีลักษณะเฉพาะของตัวเอง ที่นักออกแบบ หยิบจับมาใช้สร้างอารมณ์ความรู้สึก ในงานได้

9. BALANCE

ความสมดุล เป็นหนึ่งในหลักการที่จำเป็นมาก ๆ เพราะงานออกแบบที่ดีนั้น ต้องน่าเชื่อถือ แม้มันจะเป็นเพียงภาพกราฟิกก็ตาม เพราะสมดุลนี้เอง ที่เป็นหลักความจริงของธรรมชาติ อะไรก็ตาม ที่ดูเสียสมดุล จึงมักจะถูกมอง แบบไม่น่าไว้ใจตั้งแต่แรก หลักการง่าย ๆ ของความสมดุล คือ การจัดสรรตำแหน่ง ขององค์ประกอบต่าง ๆ ให้อยู่ในตำแหน่งที่ส่งเสริม ซึ่งกันและกัน แม้จะมีความต่างกัน แต่ด้วยการจัดวาง จะช่วยให้ภาพรวมนั้น ดูสมดุลได้เอง

กราฟิก

10. CONTRAST

กล้าพูดได้เลยว่า คอนทราสต์ เป็นขุมพลังแห่งการสร้างความน่าสนใจ เพราะโดยปกติคนเรา ก็มักกจะสะดุดกับอะไรที่มันผิดแปลก ไปจากปกติอยู่แล้ว ซึ่งคอนทราสต์ มันเป็นเรื่องของการผิดแปลกจากกันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะด้วยการใช้สี เส้น พื้นผิวต่าง ๆ สามารถเป็นคอนทราสต์ได้หมด

11. GRID

การมีกริด รองรับการจัดวางนั้น ประโยชน์หนึ่งเลย คือ ความเรียบร้อย เป็นระเบียบน่าดูน่าอ่าน และอีกประโยชน์ คือ เป็นตัวช่วยให้เราจัดวาง อย่างมีเหตุผลรองรับ ซึ่งกริด ก็มีอยู่หลายแบบ

12. RANDOMNESS

อันนี้ก็จะตรงข้ามกับ GRID หน่อยนึง คือ การดูเหมือน “สุ่ม” จัดวางองค์ประกอบแบบมั่ว ๆ แต่ดูรวม ๆ แล้วกลับดูเข้าท่าเข้าทาง น่าจะเน้นไปที่งานสไตล์แนวทดลองเสียมาก หรืองานที่ต้องการสร้างความรู้สึก ไร้แบบแผน เละเทะ รุนแรง คาดเดาไม่ได้อย่างงานศิลปะนามธรรม ดนตรีร็อค อะไรทำนองนั้น แต่บางครั้งการสุ่มก็อาจมีแบบแผนบางอย่าง อยู่เบื้องหลัง ได้ด้วยเหมือนกัน

13. DIRECTION

DIRECTION คือ การออกแบบที่ใช้ทิศทางตามธรรมชาติ เช่น ลักษณะการอ่านหนังสือ การไล่สายตาจากบนลงล่าง หรือพฤติกรรมที่มนุษย์มักทำอย่างเป็นอัตโนมัติมาใช้ในการสร้างรูปแบบประสบการณ์นั้นให้ออกมาเป็นภาพนั่นเอง เพื่อให้การมองเห็นเป็นไปอย่างสอดคล้อง ลื่นไหลและน่าสนใจ

14. DEPTH

ว่าด้วยเรื่องการใช้ “แสง” และ “เงา” สร้างมิติให้ภาพกราฟิก นั่นแหละคือสิ่งที่เนียกว่า Depth พูดง่าย ๆ กว่านั้นมันก็คือการทำภาพชัดติ้นชัดลึกนั่นเองง แต่แทนที่จะเป็นภาพถ่าย มาเป็นการแสดงออก บนกราฟิกแทนนี่เอง คุณสามารถใช้ความทับซ้อนกันขององค์ประกอบ หรือรูปร่างแบบสามมิติเช่นงานสไตล์ Isometric มาสร้างมิติได้ตามต้องการ

15. COMPOSITION

และหลักการสุดท้าย ที่เรานำทุก ๆ หลักการที่ได้มาเลือกใช้ หรือเอาบางอย่างมาผสมกลมกล่อมกันเป็นงานชิ้นหนึ่งได้ด้วยสิ่งที่เรียกว่า การจัดองค์ประกอบ ( COMPOSITION ) นั่นเอง นี่คือศาสตร์แห่งเลือกและจัดการความสัมพันธ์ของทุก ๆ สิ่งที่ปรากฎบนงานออกแบบนั้นให้กลมกลืนอย่างตอบโจทย์นั่นเอง

ทั้งหมดนี้ คือ องค์ประกอบ ของการออกแบบกราฟิก ที่คุณควรศึกษา จดจำไว้ ให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ เพราะนอกจาก มันจะช่วยให้คุณ สร้างสรรค์งาน ได้แบบมีวิธีคิด เข้าใจที่มาที่ไป ให้เหตุผลในการเลือกใช้สิ่งเหล่านั้น เหล่านี้ มาประกอบกันในงานได้แล้ว มันยังช่วยเป็นหลักการ ที่คุณจะเริ่มต้น ทำลายมันได้เช่นกัน

ถ้าหลบหลักการ แล้วมันเวิร์คกว่า มันสื่อสารได้ตรงใจ หรือดึงความสนใจจากผู้คนที่คุณคาดหวังได้มากกว่า จะมัวมานั่งทำตามหลักการทำไม แต่ก็นั่นแหละ บางครั้งการมีหลักการ ย่อมดีกว่าการทำอะไรแบบ สะเปะสะปะอยู่แล้ว หลักการบางอย่าง ก็ต้องยอมรับว่า มันได้ผล มันทำให้เกิดงานที่ดีจริง ๆ การที่จะไปบิดเบือนเพียงเพราะ อยากจะบิดเบือน นั่นคงไม่ใช่เหตุผล ที่ฟังขึ้นสักเท่าไหร่ อย่างไรก็เลือกใช้กันตามดุลยพินิจ ของนักออกแบบเองเลยแล้วกัน

คุณค่าของงานกราฟิก

งานกราฟิกชิ้นที่ดีจะทำให้เห็นถึงความคิดในการออกแบบเป็นเลิศ จะมีอิทธิพลโดยตรงที่จะโน้มน้าวผู้รับข้อมูลให้เกิดความสนใจและยอมรับ และในขณะเดียวกันก็ยังแสดงถึง

1. เป็นสื่อกลางในการสื่อความหมาย ให้เกิดความเข้าใจตรงกัน จากจุดหนึ่ง ไปยังอีกจุดหนึ่ง ได้อย่างถูกต้อง และชัดเจน
2. สามารถทำหน้าที่เป็นสื่อ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ เกิดการศึกษากับกลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดี
3. ช่วยทำให้เกิดความน่าสนใจ ประทับใจ และน่าเชื่อถือแก่ผู้พบเห็น
4. ช่วยให้เกิดการกระตุ้นทางความคิด และการตัดสินใจอย่างรวดเร็ว
5. ก่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์
6. ทำให้ผู้พบเห็นเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ทั้งทางด้านการกระทำและความคิด

You might also like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *